คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
โดย…รุก กลางกระดาน
สิ่งที่ต้องทำก่อนเปิดประเทศ
ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยจริงๆ ที่คำประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย. ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ไม่ใช่เพราะไม่เห็นด้วย เนื่องจากทุกคนก็ทราบดีว่า ที่สุดแล้วก็ต้องปรับตัวให้อยู่ได้กับโรคโควิด ดังที่เห็นความพยายามเรียกร้องให้เร่งฉีดวัคซีนให้ได้จำนวนมาก เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่
จะได้ทำมาหากินกันตามปกติ กลับมาลืมตาอ้าปากกันได้บ้าง
แต่ที่ทุกฝ่ายแสดงความเป็นห่วง นั่นก็คือคำประกาศของพล.อ.ประยุทธ์นั้นไม่มีแผนใดๆ ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้
เป็นการโยนให้ฝ่ายปฏิบัติไปหาแนวทางทำให้สำเร็จ ขณะที่ยังเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะครบกำหนดเดดไลน์ที่ให้ไว้
ไม่เพียงแค่นั้น การกล่าวอ้างชื่นชมระบบสาธารณสุขไทย ว่าดีติดอันดับโลก สามารถควบคุมโควิดอย่างได้ผลนั้น เมื่อย้อนมามองข้อเท็จจริงที่ยังมีผู้ติดเชื้อวันละเป็นหมื่น ตายอีกวันละเป็นร้อย จนตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตจะแตะ 2 หมื่นคน
ขณะที่ภาคใต้ก็ยังระบาดหนัก โดยมีสาเหตุจากวัคซีนลงไปในพื้นที่น้อย แทนที่จะมีการแก้ปัญหา ผู้รับผิดชอบกลับลอยหน้าลอยตาปฏิเสธ บอกว่าส่งไปให้มาก
ส่วนโรงเรียนอีกหลายแห่ง ก็ยังลูกผีลูกคน จะเปิดให้เด็กไปโรงเรียนได้ไหม ก็ยังไม่มีคำตอบ
กิจการในประเทศ อาทิ ร้านอาหาร ผับบาร์ คนทำอาชีพนักดนตรี ก็ได้แต่รอว่าจะได้ทำมาหากินกันเมื่อไหร่
เคอร์ฟิว ก็ยังคงอยู่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ยังประกาศใช้ จนไม่ได้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย
สิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชนไม่ได้ทำให้รู้สึกเชื่อมั่นเหมือนที่ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว
ดังนั้นหากพล.อ.ประยุทธ์ อยากจะสร้างความมั่นใจ ก็ต้องมีแผนงานที่ชัดเจน ว่าจะทำอะไรเป็นลำดับ
รวมทั้งแผนเผชิญเหตุหากเปิดแล้วเกิดโรคระบาดที่เกินขีดความสามารถของสาธารณสุขจะทำอย่างไร
ทุกอย่างต้องชัดเจน เพราะประเทศไม่ใช่ของเล่นจะให้มาปิดๆ เปิดๆ เพื่อเอาอกเอาใจ หรือเอาหน้าใครบางคน
และถ้าหากคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ก็ลองเปิดคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กตัวเอง ให้ประชาชนเขาแนะนำ เผื่อจะมีไอเดียดีๆ มาปรับใช้
ก็น่าจะดีขึ้นกว่านี้!??