คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
โดย…มันฯ มือเสือ
ม.112-เส้นแบ่ง พรรคการเมือง
ตรวจสอบท่าทีพรรคการเมืองต่อการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112
ประเด็นข้อเรียกร้องหลักของ “กลุ่มราษฎร” ที่เพิ่งจัดชุมนุมใหญ่แยกราชประสงค์ ล่าสุดเมื่อ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา
รอบนี้ เพื่อไทยเป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศจุดยืนว่า พร้อมนำข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 และ 116 เข้าสู่วาระประชุมรัฐสภา
เพื่อย้ำถึงเจตนารมณ์ “พรุ่งนี้ เพื่อไทย” ปล่อยนักโทษทางความคิด ฟื้นฟูหลัก นิติรัฐนิติธรรมของประเทศ
การเสนอแก้ไขนี้ยังรวมกฎหมายอื่นซึ่งฝ่ายอำนาจใช้เป็นเครื่องมือ จำกัดความคิดทางการเมืองฝ่ายเห็นต่างอย่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
สำหรับพรรคก้าวไกล แทบไม่ต้องพูดถึง ต้นปีที่ผ่านมา พรรคเสนอชุดร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน 5 ฉบับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการแก้ไขมาตรา 112
แต่ถูกสำนักการประชุม สภาผู้แทนฯ ตีตก อ้างว่าเนื้อหาแก้ไขมาตรา 112 บางช่วงบางตอนขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 6
พรรคพลังประชารัฐก็ชัดเจน ชัดเจนว่า ไม่เอาด้วย ถึงปากบอกพร้อมรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนในสังคม แต่มีเงื่อนไข ถ้าเรื่องใดกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันหลัก ซึ่งรวมถึงเรื่องมาตรา 112 พลังประชารัฐไม่เอาด้วยแน่นอน
แต่ที่ร้อนแรงกว่าคือท่าทีพรรคประชา ธิปัตย์ ไม่เพียงไม่สนับสนุนแก้ไขถ้าใครเสนอแก้ไขก็ขอคัดค้านถึงที่สุด
“ที่อ้างว่าเพื่อให้นักโทษทางความคิดได้รับการปล่อยตัวและไม่ให้เกิดนักโทษทางความคิดเพิ่มขึ้นอีก และเพื่อฟื้นฟูความ เชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของประเทศไทย เป็นการบิดเบือนทั้งสิ้น ทำไมไม่พูดถึงการกระทำของคนทำผิดไม่ต่างจากแนวความคิดในการนิรโทษกรรมให้คนทำผิดเช่นที่ผ่านมา”
ความคิดและการกระทำที่ดีไม่ควรกลัวกฎหมาย หากคิดไม่ดีนำไปสู่การ กระทำที่ผิดกฎหมายก็ต้องกล้าหาญยอมรับผล อย่าขี้ขลาดตาขาว หลักการความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
เรื่องนี้ไม่สลับซับซ้อน พรรคการเมือง นักการเมืองมืออาชีพจะรู้หลักการ พื้นฐานนี้ดี ดังนั้น ประชาชนควรจับตาพรรคการเมืองต่างๆ ให้ดี การกระทำย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนา เชื่อว่าประชาชนจะไม่สนับสนุนพรรคที่มีแนวคิดเช่นนั้นแน่นอน” นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกประชาธิปัตย์ ระบุ
เมื่อมีฝ่ายสนับสนุนก็ย่อมมีฝ่าย คัดค้าน
มาตรา 112 จึงเป็นเส้นแบ่งพรรค การเมืองชัดเจนที่สุด