คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

โดย…มันฯ มือเสือ

การเมืองพปชร. แยกตั้งฐานที่มั่น

เกิดอาฟเตอร์ช็อกหลายระลอก

ผลพวงจาก “ยักษ์ใหญ่” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดศึกตะลุมบอน “ยักษ์เล็ก” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

สองฝ่ายผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบ เริ่มจาก ร.อ.ธรรมนัสแข็งข้อ คิดก่อกบฏระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ถูกฝ่ายค้านเปิดซักฟอก แต่ไม่สำเร็จ จึงโดน นายกฯ สั่งปลดจากรมช.เกษตรฯ แต่ยังฮึดสู้ โชว์พลังต่อรองดูดส.ส.เข้าก๊วน

ข่มขวัญยักษ์ใหญ่รู้สึกไม่มั่นคงในอำนาจ เดินเกมตอบโต้อีกรอบด้วยการแท็กทีม 6 รมต. กดดันปรับโครงสร้าง พปชร. หวังดีด ร.อ.ธรรมนัส พ้นเลขาฯ พรรค

แต่ด้วยมีพี่ใหญ่ 3 ป.คอยปกป้อง ก็เลยรอดมาได้

นับแต่นั้นมาผู้กุมอำนาจในรัฐบาลกับผู้มากบารมีใน พปชร.ก็เข้าหน้ากันไม่ติด

จังหวะนี้การเมืองมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ ประเดิมนัดแรกด้วยเหตุการณ์สภาล่ม สัญญาณอันตรายของรัฐบาล เนื่องจากตลอดสมัยประชุมมีกฎหมายสำคัญต่อคิวเข้าสู่การพิจารณาของสภาหลายฉบับ

พลาดจังจังทีเดียวมีหวังไปกันทั้งยวง

ด้วยเหตุนี้ นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ จึงถูกจับตามากเป็นพิเศษ ที่แม้แต่ส.ส.รัฐบาลเองก็ไม่มั่นใจฝีมือ ว่าจะประสานงานกับฝ่ายค้านเพื่อให้งานสภาลุล่วงราบรื่นไปได้หรือไม่

ที่สำคัญหลายคนยังมองไม่ออกว่าจริงๆ นายนิโรธเป็นเด็กในคาถาใครแน่ ผู้มีอำนาจในรัฐบาลหรือผู้มากบารมีในพปชร.

ก็ไม่รู้ พล.อ.ประยุทธ์เพิ่งมาเอะใจทีหลังหรือไม่ ถึงได้ออกอาการโวยวายตัดพ้อว่าตัวเองตั้งประธานวิปรัฐบาลได้ แต่ควบคุมสภาไม่ได้ แถมพูดดักคอใครคิดจะคว่ำกฎหมายในสภาเพื่อล้มรัฐบาล

“ผมว่าใจร้ายเกินไป”

การเมืองหน้าสิ่วหน้าขวาน เอาแน่เอานอนไม่ได้

สอดรับคำทำนายของ นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ที่หันมาเอาดีทางโหรา ศาสตร์ ว่า ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. การเมืองจะแยกฐานที่มั่นกันชัดเจน ผู้มีอำนาจกับผู้จ้องล้มจะยืนกันคนละมุมเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ต่างฝ่ายต่างจองกฐินกันไว้ สงบสยบกันอยู่สักระยะหนึ่ง

ไม่เกิน 1 พรรษา แต่ละฐานเมื่อตั้งมั่นแล้วจะไม่มีใครยอมใคร อาจถึงขั้นทางใครทางมัน ฐานที่ตั้งของใครของมัน สรรพกำลังของทุกฐานต้องกลับไปอยู่ที่ตั้งเพื่อวางกำลังกันใหม่ อาจถึงคราวเลือกตั้งใหม่ ส่วนจะยุบสภาหรือไม่ ดวงดาวไม่ได้บอกไว้

สรุปคือต้องไปลุ้นกันเอาเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน