คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
โดย…รุก กลางกระดาน
ฮาร์ดคอร์วัคซีน!??
กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตะขิดตะขวงจิตใจให้กับประชาชนเป็นยิ่งนัก
สำหรับท่าทีของกระทรวงสาธารณสุข ต่อเรื่องการฉีดวัคซีนโควิดในช่วงที่ใกล้สิ้นปีที่มีความต้องการทำยอด เพื่อให้เป็นเครดิตและผลงานของรัฐบาล
จากถ้อยคำของนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ที่ระบุว่ามีกลุ่มฮาร์ดคอร์ทางการแพทย์ ประมาณ 7-8 ล้านคน ปฏิเสธการฉีดวัคซีน
หรือกระทั่งท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ที่ให้ทิ้งวัคซีนโมเดอร์นาที่จองไว้ มารับวัคซีนที่หน่วยงานรัฐจัดให้แทน
แน่นอนการต้องการสร้างผลงาน ให้เป็นไปตามเป้าหมาย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
แต่ที่สำคัญก็คือควรอย่างยิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องระลึก จดจำให้ได้ว่าที่เกิดสถานการณ์อย่างที่เป็นอยู่ เกิดขึ้นจากอะไรกันแน่
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่เชื่อใจในคุณภาพของวัคซีนที่รัฐจัดหามาให้ โดยเริ่มแรกแทนที่จะจัดหาชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ กลับกลายเป็นเชื้อตายจากจีน
ไม่ใช่แค่นั้นมีทั้งสูตรไขว้สารพัด ขนาดที่ประเทศผู้ผลิตเขายังไม่ทำกัน
แถมเมื่อเกิดผลกระทบใดๆ แทนที่ จะเยียวยารวดเร็ว สืบสวนหาสาเหตุที่ แท้จริง เรากลับเห็นการปฏิเสธไว้ก่อนแทบทุกกรณี
การจัดหาก็ล่าช้า จนประชาชนต้องเสียเงินจองโมเดอร์นาเอง แถมองค์การเภสัชฯ ที่เป็นตัวกลาง แทนที่จะสั่งไปก่อน สำรองเงินไปก่อน กลับต้องให้วางเงินเต็มจำนวน กว่าจะรวบรวมเงิน เอาไปให้ก็ล่าช้าเนิ่นนาน เหมือนกับ ไม่อยากให้มาไว
ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของการไม่ยอมฉีดวัคซีน ที่รัฐบาลเองย่อมต้องมีส่วนรับผิดชอบ
อย่างไรก็ดี การที่นายอนุทินตั้งคำถามว่าทำไมโมเดอร์นาที่สั่งซื้อมาช้า ถึงขั้นโจมตีบริษัทคู่สัญญา ที่ควร รับผิดชอบ อย่างน้อยก็เสียชื่อเสียง และใช้เป็นหลักเกณฑ์คัดเลือกคู่สัญญาในอนาคต ก็เป็นเรื่องดีที่ยังรักษาประโยชน์ให้คนไทยอยู่บ้าง
แต่ก็อย่าลืมสยามไบโอไซเอนซ์ ที่รัฐบาลอุดหนุนค่าสร้างโรงงานวัคซีนถึง 600 ล้าน แต่ก็ส่งวัคซีนล่าช้าไม่เต็มแขนประชาชนด้วย ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร
อย่าความจำสั้น เพราะประชาชนเขาจำได้!!