“รุก กลางกระดาน”
กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง สำหรับคำว่า “ปฏิรูป”
โดยที่ก่อนหน้านี้มีความหมายในเชิงบวก แต่หลังจากที่ขบวนการกปปส.นำคำนี้มาใช้ ก็เริ่มไม่แน่ใจในความหมาย
เพราะ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ที่พยายามรณรงค์ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ทั้งจับมือกับพันธมิตรอย่างพรรคประชา ธิปัตย์ นำมวลชนก่อม็อบ ปิดถนน-สถานที่ราชการ สื่อมวลชน ชัตดาวน์ประเทศ ก่อความปั่นป่วนในการเลือกตั้งทั่วไป
ในที่สุดก็บรรลุเป้าหมาย เปิดทางให้ทหารโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ทำรัฐประหารได้สำเร็จ
ผ่านมาบัดนี้ 3 ปีกว่า จนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ กฎหมายลูกก็ลุล่วง จ่อจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปตามคำสัญญาของผู้นำชายชาติทหาร
ก็ยังไม่รู้ว่าการ”ปฏิรูป”ที่โหยหานั้นประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด
แต่ก็ถือว่าทำให้กระแสปฏิรูปถูกพูดถึงไปอย่างกว้างขวาง
ซึ่งก็รวมถึงวงการสื่อมวลชน ที่มีความพยายามต้องการปฏิรูป
มีการตั้งกรรมการโน่นนี่นั่นเข้ามา แต่เมื่อมองไปแล้ว ก็พวกหน้าเดิม เป่านกหวีดเชียร์รัฐประหาร ปฏิเสธหลักการความเท่าเทียม ไม่สนใจหลักประชาธิปไตย
เนื้อหาใจความในการปฏิรูป ก็อ้างว่าเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเสนอให้มีองค์กรมาควบคุมกำกับดูแล
แต่กลับมาจากภาครัฐ!??
ยิ่งสงสัยถึงพฤติกรรมว่าต้องการปฏิรูป หรือครอบงำสื่อกันแน่?
ที่สำคัญคือคนกลุ่มนี้ไม่เคยแสดงออกให้เห็นชัดเจนเลยว่าเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งถือเป็นหลักการที่สำคัญที่สุด
สื่อจะมีคุณภาพ ก็อยู่ที่ว่ามีเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารหรือไม่
อีกทั้งเนื้อหาสาระ ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ใครโกหกพกลม หมิ่นประมาท ก็ต้องถูกดำเนินคดี
หนำซ้ำยังมีสังคมที่คอยตรวจสอบ สื่อไหนไม่ได้เรื่องได้ราว ก็ถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ ไร้ค่าไร้ราคาไปเอง
ใครของจริง ใครของปลอม สังคมตัดสินได้เอง
ไม่ต้องให้ใครทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดี มาควบคุมบงการ
เสรีภาพนี่แหละ คือการปฏิรูปของจริง