น่าอาย หรือ หน้าไม่อาย : ทิ้งหมัดเข้ามุม
โดย…รุก กลางกระดาน
ยังเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องนำมาพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มรักษ์จะนะ ที่มาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล
โดยมาเพื่อติดตามคำสัญญาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต่อกรณีโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ หลังเวลาล่วงเลยผ่านมา 1 ปี
แต่แทนที่จะได้พูดคุย รับฟัง ความคืบหน้าต่างๆ กลับต้องเผชิญกับการใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนบุกสลายในยามวิกาล อุ้มผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่เป็นสตรีไปดำเนินคดี
แถมวิธีการที่ใช้ยังน่ากังวล ไม่ว่าจะเป็นการกันสื่อมวลชนออกนอกพื้นที่ ฉายไฟสวนออกมาเพื่อไม่ให้บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ ราวกับหวาดกลัว ต่อสิ่งใด ไม่อยากให้เหลือเป็นพยานหลักฐาน
เป็นการกระทำที่ห่างไกลจากความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เสียพอควร!??
ไม่เพียงแค่นั้น ยังต้องชอกช้ำซ้ำอีก เมื่อนายกฯ ให้สัมภาษณ์ชัดเจน ไม่เคยไปรับปากสัญญิงสัญญาอะไรกับชาวบ้าน
เป็นแค่ความเข้าใจของรัฐมนตรีเพียงคนเดียว แถมยังตำหนิว่ามีอะไรก็ต้องนำเข้าครม.ก่อน
เล่นเอาชาวบ้านหน้าชา กลายเป็นคำถามว่าแล้วที่ผ่านมาสามารถเชื่อถืออะไรรัฐบาลได้บ้าง
คำสัญญาให้ไว้ มีความสำคัญมากเพียงไหน!??
ไม่เพียงแค่นั้น หากนายกฯ ยืนยันว่าไม่เคยสัญญา ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรฯ ทำเอ็มโอยูกับชาวบ้านเป็นแค่เรื่องส่วนตัว
แล้วทำไมวันที่ชาวบ้านพอใจ ยกขบวนกลับ และผ่านมาร่วมปี ถึงไม่บอกความจริงของชาวบ้านว่าอะไรเป็นอะไร
คิดจะหลอกลวงชาวบ้านไปจนถึงเมื่อไหร่!??
นอกจากนี้ยังชวนให้ย้อนไปถึงคำสัญญาต่างๆ ที่เคยให้ไว้
จะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่เรื่องของการเมือง เรื่องการแก่งแย่งอำนาจ
เป็นเรื่องปากท้องความเป็นอยู่ที่ผู้นำควรจะใส่ใจดูแล
อย่างน้อยก็พูดความจริง แสดงให้เห็นว่าให้ความสำคัญ จริงใจและให้เกียรติ
หากทำไม่ได้ หรือไม่คิดจะทำ ก็ไม่รู้ว่าต้องเรียกว่าเป็นเรื่องน่าอาย หรือหน้าไม่อาย
ต้องลองหาดูคำตอบกันเอง!??