คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

โดย…มันฯ มือเสือ

สภาล่ม สะท้อน เอกภาพรัฐบาล

สภาผู้แทนราษฎรไทยงามไส้ องค์ประชุมล่ม 2 ครั้งในรอบ 3 วันของสัปดาห์ที่แล้ว

การควบคุมเสียงในสภาของรัฐบาลเริ่มมีปัญหาตั้งเเต่ช่วงท้ายการทำหน้าที่ประธานวิปของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นยุคที่นายนิโรธ สุนทรเลขา เข้ามาทำหน้าที่แทน

หวุดหวิดเกิดเหตุสภาล่มตั้งเเต่เปิดประชุมสมัยสามัญนัดเเรกต้นเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นสัญญาณน่าหวาดเสียว

เนื่องจากตลอดสมัยประชุมนี้รัฐบาลมีกฎหมายสำคัญจ่อคิวเข้าพิจารณาในสภาหลายฉบับ

พลาดทีเดียวมีสิทธิ์ล้มทั้งกระดาน

สภาในสภาพลุ่มๆ ดอนๆ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องกำชับรัฐมนตรีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในที่ประชุมครม.

ขอความร่วมมือผ่านไปยังส.ส.แต่ละพรรค อย่าให้องค์ประชุมล่มเด็ดขาด รัฐมนตรีเองก็ต้องเข้าร่วมประชุมในทุกกฎหมายด้วยเช่นกัน

แต่ก็เหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ขณะที่ฝ่ายค้านเดินเกมขอนับองค์ประชุมถี่ยิบ หลายครั้งที่สภาหวุดหวิดจะล่ม ยังดีที่นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ชิงสั่งปิดประชุมเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวสายรัฐสภาระบุเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง

กระทั่งวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังปล่อยให้นับองค์ประชุมไปจนถึงที่สุด ผลออกมาสภาล่มคาที่ เป็นครั้งที่ 4 ในสมัยประชุมนี้

จากการเปิดเผยรายชื่อส.ส.ไม่ร่วมกดบัตรแสดงตัวเป็นองค์ประชุม แน่นอนส่วนใหญ่เป็นส.ส.ฝ่ายค้าน ซึ่งประกาศไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าจะเล่นเกมการเมืองแบบนี้ไปตลอดเพื่อให้บทเรียนกับรัฐบาล

แต่ที่เป็นประเด็นก็คือ มีส.ส.พลังประชารัฐ 19 คน ที่เป็นระดับแกนนำพรรค เป็นรัฐมนตรี ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่กดบัตรแสดงตัว อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นต้น

ส่วนประชาธิปัตย์มี 9 คน ภูมิใจไทย 6 คน ชาติไทยพัฒนา 8 คน (จาก 12 คน) ที่ไม่ร่วมแสดงตัว

ซึ่งเราจะเห็นสถานการณ์แบบนี้มาตลอดสมัยประชุมที่ผ่านมา

นั่นก็คือถึงแม้เสียงในสภาของรัฐบาลมีมากกว่าฝ่ายค้าน แต่เสียงมากกลับไม่สะท้อนความเป็นเอกภาพของพรรครัฐบาล

เหตุการณ์สภาล่มซ้ำซากทั้งที่นายกฯ สั่งกำชับแล้วว่าไม่ให้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

จึงเป็นเครื่องตอกย้ำให้เห็นร่องรอยความขัดแย้งภายในพรรคแกนนำรัฐบาล และระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน