คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
โดย…
มันฯ มือเสือ
ท่องเที่ยว-ปีใหม่ กับโอมิครอน
กลบข่าวไทยฉีดวัคซีนครบ 100 ล้านโดสไปเสียสนิท
สำหรับโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่ตรวจพบการระบาดติดเชื้อในไทยแล้ว รายแรก เป็นหญิงไทยอายุ 49 ปี รับเชื้อจากสามีนักบินชาวโคลัมเบีย อายุ 62 ปี เดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย
ทั้งคู่มีประวัติได้รับวัคซีนแอสตร้า เซนเนก้าครบ 2 เข็ม
เคสนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 1 ราย เป็นโชเฟอร์แท็กซี่ที่ขับพาฝ่ายหญิงไปส่ง โรงพยาบาล อยู่ระหว่างกักตัว 14 วัน รอผลตรวจยืนยัน
ส่วนภาพรวมการระบาดในไทย จากข้อมูลถึงวันที่ 21 ธ.ค. พบผู้ติดเชื้อ โอมิครอนแล้วเกือบ 100 ราย ทุกราย มาจากต่างประเทศ ในจำนวนนี้มีทั้งยืนยันสายพันธุ์แล้วและรอผลตรวจยืนยัน
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า สัดส่วน ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศแล้วตรวจพบว่าติดโควิด ในจำนวนนี้ 1 ใน 4 หรือ 25% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน
แม้ปัจจุบันเดลตายังเป็นสายพันธุ์หลัก ของการระบาดในไทย แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยืนยันตรงกันว่าในอนาคต โอมิครอนจะเป็นสายพันธุ์เข้ามาแทนที่เดลตา
และจากการตรวจพบการติดเชื้อโอมิครอนในไทยรายแรก
ประกอบกับตัวเลขผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากต่างประเทศขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง ถึงจำนวนยังไม่มากเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มี แนวโน้มพุ่งทะยานก้าวกระโดด
ด้วยเหตุนี้ทำให้ ศบค.ต้องเปิดประชุมหารือเป็นการด่วน
เพื่อกำหนดมาตรการรับมือสถานการณ์โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ที่ใกล้มาถึง
ผลสรุปคือไทยจะระงับมาตรการเข้าประเทศแบบระบบเทสต์แอนด์โก (Test&Go) และปิดรับลงทะเบียนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายใหม่ ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.เป็นต้นไป
ส่วนผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าไว้แล้ว หรือค้างท่ออยู่ในระบบอีกประมาณ 9 หมื่นคน ยังอนุญาตให้เดินทางเข้าไทยได้ แต่ต้องผ่านการตรวจ RT-PCR และต้องเข้าสู่ระบบการกักตัว 7-10 วัน
สำหรับมาตรการควบคุมโรคในประเทศช่วงฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ ปีใหม่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากมาตรการเดิมที่ออกไปแล้วก่อนหน้านี้
เนื่องจากสถานการณ์โควิดสายพันธุ์ โอมิครอน ยังมาจากนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศเป็นหลัก
แน่นอนว่าในส่วนนี้ธุรกิจเกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบอยู่บ้าง
แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมากกว่าคือความปลอดภัยของประชาชนคนไทยในประเทศ
มาตรการที่ออกมาล่าสุดเพื่อรับมือกับโอมิครอนจึงถือว่าสมน้ำสมเนื้อ ไม่เบาไป แล้วก็ไม่แรงไป
อยู่ในระดับพอรับได้