รุก กลางกระดาน
ถูกจับตามองอย่างมากสำหรับกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. เลือกใช้ ม.44 ขยายเวลาที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.พรรคการเมือง
โดยอ้างว่าเป็นการปลดล็อกตามข้อห่วงใยที่เกรงว่าพรรคการเมืองจะดำเนินการตามเงื่อนไขเวลา ทั้งเรื่องตั้งพรรค การเมืองใหม่ ยืนยันจำนวนสมาชิกพรรค เพื่อดำเนินกิจกรรมต่อไป
เพื่อให้มีความพร้อมในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันไว้เองว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย.61
แต่แทนที่จะเลิกคำสั่ง คสช. ปลดล็อกพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรมได้ทันที หรือตั้งแต่ที่พ.ร.บ.พรรคการเมืองประกาศใช้
กลับยังคงคำสั่งดังกล่าวไว้ และใช้ ม.44 แก้ไขแทน
เมื่ออ่านดูรายละเอียดของคำสั่งแก้ไข ก็ยิ่งก่อให้เกิดความสงสัยว่าเป็นการปลดล็อก หรือยิ่งเพิ่มเงื่อนไขให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอลง
ไม่ว่าจะยกเลิกข้อกำหนดให้พรรค การเมืองที่มีอยู่แล้ว ยืนยันรายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองเดิม
กลับให้สมาชิกพรรคต้องมีหนังสือยืนยันต่อหัวหน้าพรรค พร้อมจ่ายค่าบำรุงพรรค
โดยให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่เปิดให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้ก็คือวันที่ 1 เม.ย. 2561
ไม่เช่นนั้นให้ถือว่าพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคทันที
เป็นไปได้ยากสำหรับพรรคการเมืองที่มีสมาชิกจำนวนมาก จะดำเนินการได้ทัน
เปรียบเสมือนการตอบสนองข้อ เรียกร้องพวกขาประจำที่ให้รีเซ็ตพรรค การเมือง!!
นอกจากนี้ยังน่าคิดว่าปัญหาที่เกิดจากเงื่อนเวลาเป็นเพราะเนื้อหาของกฎหมาย หรือเป็นเพราะตัว คสช.เอง ที่ไม่ยอมปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม
หากปัญหาเกิดจากเนื้อหากฎหมาย คสช.เองก็ต้องพิจารณา เพราะคนเขียนก็คือ กรธ. ที่ตั้งกันขึ้นมาเองทั้งนั้น
แต่ถ้าเป็นเพราะ คสช.เอง การใช้ ม.44 ขยายเงื่อนเวลาออกไปก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด
แทนที่จะแก้ปัญหา กลับเป็นปัญหา เสียเอง!??
แถมยังส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงของสังคมว่าเป็นความพยายามสร้างเงื่อนไขให้การเลือกตั้งต้องล่าช้าออกไป
จึงต้องติดตามดูว่าวาจาลูกผู้ชายอย่างพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะจัดเลือกตั้งในพ.ย.61
จะยังศักดิ์สิทธิ์อยู่หรือไม่