คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
โดย – มันฯ มือเสือ
ชนะเลือกตั้งซ่อมฉวยโอกาสชุบตัว
วิพากษ์วิจารณ์กันโขมงโฉงเฉงสำหรับผลเลือกตั้งซ่อมชุมพร-สงขลา ที่ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายโค่น พลังประชารัฐพ่ายแพ้หมดรูปทั้ง 2 เขต
ดับอหังการพรรคแกนนำรัฐบาลที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสนามเลือกตั้งซ่อม
สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ซึ่งเป็นทั้งกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐและผอ.เลือกตั้งเขต 6 สงขลา ยอมรับแบบอ้ำๆ อึ้งๆ ว่าการปราศรัยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ในประเด็น “ให้เลือกคนรวย”
มีผลให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปขยาย ในโลกโซเชี่ยลจนกลายเป็นจุดพลิกผัน
แต่ถึงอย่างไรวาทกรรมดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้พลังประชารัฐแพ้
ส่วนจะมีปัจจัยอะไรอื่นอีกบ้างนั้น ประชาธิปัตย์ที่กำลังฮึกเหิมกับชัยชนะวิเคราะห์ไว้ให้เสร็จสรรพ
อลงกรณ์ พลบุตร ประธานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค ระบุถึง 4 ปัจจัยสู่ชัยชนะ หนึ่งในนั้นคือ “ปรากฏการณ์แนวร่วมมุมกลับ” จากการปราศรัยหาเสียงของแกนนำพลังประชารัฐ ซึ่งน่าจะหมายถึงร.อ.ธรรมนัส ที่มาช่วยเติมคะแนนให้ ผู้สมัครของประชาธิปัตย์
กับอีกปัจจัยคือ ผลงานของประชาธิปัตย์ยุคปัจจุบันที่ฉับไวและทำได้จริง สามารถลบล้างภาพเก่าที่ถูกปรามาสว่า “เชื่องช้า” และ “ดีแต่พูด”
ไม่รู้ว่าอดีตหัวหน้าพรรคอย่าง ชวน หลีกภัย และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฟังข้อวิเคราะห์นี้แล้วรู้สึกอย่างไร
ขณะที่ เทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรี ธรรมราช ยกเหตุผล 7 ข้อ ที่ช่วยให้ประชา ธิปัตย์คว้าชัย
ไม่ว่าการสรุปบทเรียนความพ่ายแพ้ จากการเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราชเมื่อ ปีก่อน การเตรียมพร้อมสู้ศึกตั้งแต่เนิ่นๆ กรณีปราศรัยของพรรคคู่แข่งที่ให้ เลือกคนรวย ความไร้มารยาทของพลังประชารัฐ
การสั่งสอน ให้บทเรียนกับพรรคที่ ลุแก่อำนาจ การปลุกคนใต้ให้รู้สึกหวงแหน เป็นเจ้าของพรรคประชาธิปัตย์ และข้อสุดท้าย
การที่กลุ่มฐานคะแนนเสียงเป็นกลางและกลุ่มไม่เอาเผด็จการระบอบ คสช. ได้เทคะแนนเลือกประชาธิปัตย์เพื่อต้องการให้ชนะพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคสืบทอดอำนาจ คสช.
ซึ่งข้อวิเคราะห์ทั้งหมดนี้ ฟังแล้วทำให้นึกสำนวน “ชนะเป็นเจ้า พ่ายแพ้เป็นโจร” คนชนะจะพูดอะไรก็ได้ วิเคราะห์ยังไงก็ถูกหมด แต่คนส่วนใหญ่จะเชื่อหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง โดยเฉพาะข้อสุดท้าย
เข้าข่ายฉวยโอกาส “ชุบตัว” เป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งที่ประพฤติปฏิบัติตัวตรงข้ามมาตลอด
มันฯ มือเสือ