คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม โดย – มันฯ มือเสือ
จังหวะการเมือง ยุบสภาเดือนพ.ค.
ฝุ่นควันในพรรคพลังประชารัฐค่อยๆ คลี่คลาย
เผยให้เห็นหมากกลซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขอให้พรรคมีมติขับตัวเองพร้อม 20 ส.ส.ออกไปอยู่พรรคใหม่
จนหลายคนเริ่มสงสัยน่าจะเป็นการจัดฉาก
การที่ร.อ.ธรรมนัส ออกจากพลังประชารัฐไปอยู่พรรคใหม่เพื่อต้องการ “โชว์พาว” ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้เห็นว่าไม่ได้ไปคนเดียว โดดเดี่ยว แต่ยังหอบหิ้วส.ส.ไปด้วยถึง 20 คน
ซึ่งไม่รู้ว่าหมด 20 คนแค่นี้หรือ จะยังมีแอบแฝงเป็น “ไส้ศึก” อยู่ในพลังประชารัฐ ไหนจะยังกลุ่มส.ส.พรรคเล็กที่ชอบกินกล้วยอีกต่างหาก
ด้วยพลังต่อรองที่มีจึงพอสำหรับการทวงถามเก้าอี้รัฐมนตรี 2 ที่นั่งใน ครม.
สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ ก็คงรู้ทันเกมของร.อ.ธรรมนัสอยู่บ้าง
สังเกตจากการสื่อสารผ่านเพลง “อย่ายอมแพ้” ให้กำลังใจตัวเองและยังบอกว่า “ผมไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว” ซึ่งเสมือนการประกาศท่าทีแข็งกร้าว ว่าจะไม่ยอมแพ้ ต่อแรงกดดันใดๆ ของกลุ่มก๊วนการเมืองแน่นอน
คำถามคือไม่ยอมแพ้แล้วยังไงต่อ
ยุบสภาเป็นไปได้ แต่เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะยังไม่ตัดสินใจยุบสภาตอนนี้ เพราะสถานการณ์ไม่ถึงกับสิ้นไร้ไม้ตอกเสีย ทีเดียว
แม้รัฐบาลจะกลับมามีเสียงปริ่มน้ำ แต่ก็คงยังสามารถประคับประคอง เรือเหล็กขึ้นสนิม ลอยลำไปจนตลอด รอดฝั่งสมัยประชุมนี้ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนก.พ. เนื่องจากไม่มีกฎหมายสำคัญที่ต้องใช้ ส.ส.เสียงข้างมากในสภาโหวตผ่าน
แต่เมื่อสภาเปิดสมัยประชุมหน้าเดือนพ.ค. พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถึงตอนนั้นหากพล.อ.ประยุทธ์ประเมินแล้วว่ารัฐบาลต้องแพ้เสียงโหวตไม่ไว้วางใจ
โอกาสยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ถ้าจะเกิดก็คงเกิดตอนนั้น ตอนนี้ก็อยู่ไปเรื่อยเปื่อย คุมเชิงกันไปพลางๆ
แต่ที่ต้องเตือนกันไว้ก่อน หากยังมีความคิดที่จะใช้วิธีหักดิบ นำพาประเทศออกนอกเส้นทางประชาธิปไตยกันอีก ก็จงเลิกคิดซะ
เพราะหากมองย้อนกลับไปสิ่งที่ฝ่ายอำนาจก่อไว้ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา สร้างความพินาศย่อยยับให้กับประเทศชาติอย่างหนัก
จนทำให้คนไทยรับไม่ได้กับวงจรอุบาทว์แบบนี้อีกแล้ว
การรัฐประหารไม่ง่ายเหมือนในอดีตแน่นอน
มันฯ มือเสือ