การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่เพิ่งผ่านไป สะท้อนเรตติ้งรัฐบาลอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกลุ่มที่อยู่ฝ่ายรัฐบาล พรรคการเมืองข้างรัฐบาล ต่างประสบความพ่ายแพ้แทบยับเยิน
นายสุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการ ชื่อดัง ระบุเป็นมหัศจรรย์การเมืองกรุงเทพฯ และหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทยอย่างไม่คาดคิด
ไม่เพียงเป็นวาระสำคัญของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เท่านั้น หากเป็นวาระครบรอบ 8 ปีการรัฐประหารด้วย
ผลคะแนนที่เกิดขึ้น ถือเป็นสัญญาณโดยตรงจากการสื่อสารของประชาชนที่บ่งบอกถึงความต้องการที่จะพาการเมืองออกจากระบอบเดิมของผู้นำทหาร
เป็นการส่งสัญญาณถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงการเมือง และมีนัยถึงการไม่ตอบรับกับการบริหารประเทศของรัฐบาลสืบทอดอำนาจชุดปัจจุบัน
อีสานโพล มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นคนอีสานกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด พบว่าเกือบครึ่งอยากเห็นการกระจาย อำนาจ บริหารและงบประมาณให้จังหวัดและท้องถิ่นให้มากขึ้น
มีความพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ เช่นเดียวกับชาวกรุง
รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่าการสำรวจระหว่างวันที่ 20-22 พ.ค.จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,100 รายในพื้นที่ภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด
พบว่า กลุ่มที่เห็นว่ารัฐบาลกระจายอำนาจน้อยเกินไปมีร้อยละ 47.4 ใกล้เคียงกลุ่มที่เห็นว่ากระจายอำนาจในระดับที่เหมาะสม อยู่ที่ร้อยละ 47.2
ส่วนความพึงพอใจกับการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น พบว่าพึงพอใจค่อนไปทางเฉยๆ ถึงรู้สึกดี คิดเป็นคะแนนเฉลี่ยได้ 3.15 จากสเกล 5 ระดับ
ขณะที่ความพึงพอใจกับการบริหารงานขององค์การบริหารงานส่วนจังหวัด (อบจ.) ก็พบว่าพึงพอใจค่อนไปทางเฉยๆ ถึงรู้สึกดี และคิดเป็นคะแนนเฉลี่ยได้ 3.28 จากสเกลเดียวกัน
เมื่อถามว่าจังหวัดใดควรนำร่องการ กระจายอำนาจและเลือกตั้งผู้ว่าฯ มากที่สุด
พบว่า อันดับหนึ่ง 40.3% เห็นว่าควรเป็นจังหวัดขอนแก่น รองลงมาคือนครราชสีมา 27.3% ตามมาด้วยอุดรธานี 20.0%, บุรีรัมย์ 8.4% และอุบลราชธานี 3.6%
การกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งทุกระดับ มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตย!!!
เภรี กุลาธรรม