ตั้งแต่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม.เต็มตัว หลายสิ่งหลายอย่างในกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง ตอบสนองชาวบ้าน
ถนนบางสายที่ขรุขระ ฟุตปาธที่ไม่เรียบร้อย ตลอดจนตรอกซอกซอยที่เคยมืดมิด เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม ก็มีไฟฟ้าส่องสว่าง
ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ สาเหตุสำคัญทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ก็คุยจบในวันเดียวกับกรมราชทัณฑ์
ตกลงว่าจ้างนักโทษออกมาปฏิบัติการลอกล้าง ประเดิม 500 ก.ม.แรก งบประมาณ 15 ล้านบาท เพิ่มวันที่ 1 ก.ค.หรือเร็วกว่าก็จะยิ่งดี
ส่วนปัญหาจราจรรถติด ซึ่งต้องประสานงานกับหลายฝ่าย นายชัชชาติก็จับเข่าคุยกับบก.02 หรือกองบังคับการตำรวจจราจร เพื่อเชื่อมโยงระบบกับกทม. แก้ไขปัญหาร่วมกัน
อีกทั้งสายไฟฟ้าที่มีปัญหาในถนนพระราม 3 ก็ลงพื้นที่พร้อมผู้ว่าฯ กฟน. จัดการกับสายไฟที่ระโยงระยางลงดินได้ในวันเดียว
ยังมีอีกหลายโครงการ โดยเฉพาะจาก 200 นโยบายที่จะดำเนินการให้สำเร็จเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ก็ได้รับการสนับสนุนและขานรับ เพื่อให้ทุกคนมีความเท่าเทียมทางเพศ
ที่น่าสนใจคือการจัดงานศิลปะและดนตรีในสวนสาธารณะ ก็เกิดขึ้นแล้วที่สวนรถไฟ มีการบรรเลงดนตรี วาดสีลายเส้น สร้างความจรรโลงใจแก่ประชาชน
รวมถึงการแสดงดนตรีที่สวนลุมพินีที่ขาดหายไปนานก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน เป็นสำเริงสำราญแก่ประชาชนที่มาร่วมงานอย่างมาก
ทั้งจับคู่เต้นรำ เริงระบำทำเพลงอย่างสร้างสีสัน จนเป็นกระแสเรียกร้องให้จัดทุกวันหยุด
เรื่องนี้ ผู้ว่าฯ กทม.รับปากจะขยายไปในทุกแห่ง
จัดให้หมดทั้งดนตรีลูกทุ่ง หมอลำ เพลงพื้นบ้าน และเพลงสากล
ทั้งหมดทั้งปวงล้วนเกิดขึ้นจากการมีผู้นำที่มาจากประชาชน
ช่วง 8 ปีที่ผู้นำที่มาจากรัฐประหาร มีแต่การใช้อำนาจ ออกคำสั่ง โดยอ้างสงบเรียบร้อยนั้น
สร้างความอึดอัดและบีบคั้นความรู้สึกของประชาชนมาตลอด
การทำให้ชาวบ้านมีความสุขดังคำพระที่ว่า “ปชา สุขัง มหุตตมัง-ความสุขของประชาชนเป็นเลิศอย่างยิ่ง”
จึงมีความหมาย!!
เภรี กุลาธรรม