ผลพวงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีทั้ง 11 คนรอดแบบยกพวง แต่ก็ทิ้งบาดแผลไว้ให้พรรครัฐบาล ต้องเร่งเยียวยา
โดยเฉพาะบาดแผลภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ทำท่าจะเกิดศึกช้างชนช้างในหมู่พี่น้อง 3 ป.
สืบเนื่องจาก 6 ส.ส.กลุ่มปากน้ำ โหวตลงมติดับเครื่องชน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จนกลายเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับเสียงไม่ไว้วางใจมากที่สุดใน 11 คน กับ ‘เสี่ยเฮ้ง’ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน คีย์แมนพรรคที่ได้คะแนนไว้วางใจรองบ๊วย
หลายคนจับตา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะจัดการอย่างไรกับ 6 ส.ส.ที่แหกคำสั่งให้โหวตอุ้ม 11 รัฐมนตรีด้วยคะแนนเท่าๆ กัน
แต่นอกจากจะไม่ลงโทษ สถานการณ์ยังกลับกลายหลังจบศึกอภิปราย 2 วัน ฝุ่นควันยังฟุ้งตลบ พล.อ.ประวิตรก็ยกคณะบุกไปหาส.ส.กลุ่มปากน้ำถึงถิ่น จนเกิดภาพนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก เล่นใหญ่ก้มกราบเท้า
แถมเรียกร้องต้องการให้ พล.อ.ประวิตรมานั่งเก้าอี้ มท.1 แทน พล.อ.อนุพงษ์
อ้างที่ผ่านมา 3 ปี จ.สมุทรปราการ ไม่ได้รับประสานดูแลเรื่องท้องถิ่น การเสนอโครงการผ่านมหาดไทย ไม่ได้รับอนุมัติ ทำให้ได้รับแรงเสียดทานจากประชาชนในพื้นที่
“มท.1 ไม่ได้ดูแลอะไรเราเลย ชัดๆ คือเรื่องงบประมาณ โจทย์ใหญ่คือ รมว.มหาดไทยเป็นแม่บ้านรัฐบาล เคยสัญญาว่า จ.สมุทรปราการ มีอะไรให้แจ้ง แต่พอแจ้งก็ไม่ได้รับการตอบสนอง อะไรก็ไม่ได้ แล้วเราจะอยู่ได้อย่างไร”
สำคัญตรงแทนที่ พล.อ.ประวิตรจะห้ามปราม พอเจอส.ส.พูดอวยเข้าหน่อยก็ใจอ่อน เรื่องโหวตฝืนคำสั่งทำท่าจะไม่เอาเรื่อง ขอโทษแล้วก็ให้แล้วกันไป
เท่านั้นไม่พอ ยังพูดกับชาวสมุทรปราการ ชื่นชม 6 ส.ส.ปากน้ำร่วมมือกับรัฐบาลทำงานทุกอย่าง แม้ได้ส.ส.มากแต่ยังไม่ได้รัฐมนตรี แต่ไม่ต้องห่วง ยังไงก็ต้องได้ ทำงานให้รัฐบาลต้องได้รับพิจารณา
ปรับครม.เมื่อไหร่ ต้องได้เป็นเมื่อนั้น
ไม่ลงโทษฐานฝ่าฝืนคำสั่ง ยังเตรียมปูนบำเหน็จด้วยเก้าอี้รัฐมนตรี
คนหนึ่งก็พี่ใหญ่ อีกคนก็พี่รอง ศึกช้างชนช้างรอบนี้ ต้องจับตาน้องเล็ก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเคลียร์ทางออกอย่างไร
มันฯ มือเสือ