นับถอยหลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย คดีวาระนายกฯ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยชี้ขาดบ่ายสามตรง วันศุกร์ 30 กันยายนนี้
ผลตัดสินจะออกหัวหรือออกก้อย
แต่ก็เป็นแค่กระแสข่าววิเคราะห์กันต่างๆ นานา หาต้นตอที่มาที่ไปไม่ได้ชัดเจน เพราะเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีใครรู้
อย่างที่ส.ว.วันชัย สอนศิริ สวมบทโหรการเมือง ถอดรหัสดวงดาวกับการตัดสินคดี 30 ก.ย. เอาไว้ว่า
ดูจากดวงดาวแล้วงานนี้ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น
แต่สุดท้าย โหรวันชัยก็ยังออกตัว ถึงดวงดาวบอกอย่างนั้น แต่ก็พึงรู้กันไว้ว่าการตัดสินของดวงดาวกับการตัดสินของมนุษย์นั้นต่างกัน ดวงดาวไม่รับสินบน ไม่รับการวิ่งเต้น
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกฯ ยืนยันด้านการข่าวยังไม่พบการเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ชุมนุมวันที่ 30 ก.ย.
สวนทางการข่าวของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่พบหลายกลุ่มพยายามเคลื่อนไหวในวันนั้น
รัฐมนตรีบางคนชิงห้ามปราม ไม่อยากให้เกิดการชุมนุมสร้างความไม่สงบ เพราะเดี๋ยวจะไม่มีการเลือกตั้ง
พูดถึงเลือกตั้ง จู่ๆ กกต.ก็ออกมากางแผนโรดแม็ปเลือกตั้งใหญ่ เบื้องต้นกำหนดไว้ 7 พ.ค.2566 บนเงื่อนไขสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะต้องอยู่ครบวาระ 4 ปี 23 มี.ค.66
ซึ่งความจริงไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าถ้าสภาผู้แทนฯ หมดวาระไปตามปกติ ก็จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน ซึ่งถ้านับจาก 23 มี.ค.66 ไปจนถึง 7 พ.ค.2566 ก็ 45 วันพอดิบพอดี
ไม่เหมือนประเด็นเรื่องกฎเหล็ก 180 วัน ที่ กกต.ต้องประกาศเตือนให้บรรดาว่าที่ผู้สมัครส.ส.และพรรคการเมืองได้รู้ จะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย แต่เรื่องแผนเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องประกาศเพราะใครก็คำนวณได้เอง
แล้วประกาศทำไม? ข้อวิจารณ์อย่างหนึ่งก็คือ กกต.ต้องการผ่อนกระแสสังคม ปูพื้นต้อนรับการคัมแบ๊กของพล.อ.ประยุทธ์
กล่อมอารมณ์คนไม่ให้ร้อนพลุ่งพล่าน พล.อ.ประยุทธ์กลับมา ก็ให้กัดฟันทนกันไปก่อน
ทนมา 8 ปี อีกแค่ 7 เดือนก็ได้เลือกตั้ง หรือถ้ายุบสภาก่อนเลือกตั้งก็จะมาถึงเร็วกว่า 7 พ.ค.66
ค่อยไปลงคะแนนเช็กบิลรวมกันตอนนั้น
มันฯ มือเสือ