กระแสข่าวรวมพรรคสร้างอนาคตไทย กับพรรคไทยสร้างไทย มีมาระยะหนึ่งแล้วในช่วงพรรคชาติพัฒนา รวมกับพรรคกล้า เป็นชาติพัฒนากล้าปัจจุบัน
แต่เพิ่งเป็นข่าวจริงจังเมื่อสัปดาห์ก่อนต่อเนื่องสัปดาห์นี้
ซึ่งหากติดตามจากการให้สัมภาษณ์ไม่ว่าของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือนายอุตตม สาวนายน ก็จะเห็นความ คืบหน้าบางประการ
กล่าวคือแกนนำสร้างอนาคตไทย พร้อมเปิดประตูรับไทยสร้างไทย เข้ามา เพียงแต่ตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนเจรจากันเท่านั้น จึงยังไม่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
ความคิดสองพรรครวมกันสืบเนื่อง จากกฎกติกาเลือกตั้งที่เปลี่ยนกลับ มาใช้บัตร 2 ใบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สูตรหาร 100
คืออุปสรรคใหญ่ทำให้พรรคเล็กและพรรคตั้งใหม่ประสบความยากลำบาก ในการแจ้งเกิด
หมายถึงการจะได้ส.ส. 25 คนตามเกณฑ์ขั้นต่ำในการเสนอแคนดิเดตนายกฯ เพื่อโหวตในรัฐสภา เป็นไปได้ยาก ทำให้แต่ละพรรคต้องรวมกันถึงจะมีโอกาส
ถึงกระนั้นการรวมกันก็ไม่ง่าย ต่อให้ นายสมคิด กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะเคยทำงานร่วมกันในยุครัฐบาลไทยรักไทย ที่มี ‘ทักษิณ’ เป็นนายกฯ ก็ตาม
เพราะการรวมกันยังต้องดูจุดยืน อุดมการณ์ นโยบายว่าคล้ายคลึง หรือ แตกต่างกันมากน้อยขนาดไหน ในส่วนที่แตกต่างสามารถปรับจูนกันได้หรือไม่
ทั้งยังมีประเด็นสำคัญต้องคิดต่อด้วยว่า เมื่อรวมแล้ว สร้างอนาคตไทยจะต้องปรับโครงสร้างพรรคใหม่อย่างไรเพื่อรองรับ ไทยสร้างไทยที่เข้ามารวม
ในทางการเมืองคุณหญิงสุดารัตน์ ถือเป็น ‘บิ๊กเนม’ เคยเป็นแคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย ได้รับการเสนอชื่อในสภาหลังเลือกตั้งปี 2562 ครั้งนี้ในนามไทยสร้างไทย เช่นเดียวกัน
ขณะที่สร้างอนาคตไทย มีนายอุตตม เป็นหัวหน้าพรรค นายสมคิด เป็นประธานพรรคควบแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค
หากสร้างอนาคตไทยจะเปิดรับ ไทยสร้างไทยเข้ามารวม ก็ต้องคิดหาที่หาทางให้‘คุณหญิง’ไว้ด้วย
ทั้งที่ทางในพรรค และการตัดสินใจว่าสรุปแล้วจำเป็นต้องเสนอชื่อคุณหญิง เป็นแคนดิเดตนายกฯ ด้วยหรือไม่
ถ้าเสนอระหว่าง‘สมคิด’กับ‘คุณหญิง’ ใครจะเป็นลำดับ 1 ใครจะเป็นลำดับ 2 เนื่องจากศักดิ์ศรีทัดเทียมกันทั้งคู่
ถึงจะพูดจาภาษาเดียวกัน แต่หากตกลงกันไม่ได้ ในที่สุดก็ต้องทางใครทางมัน
สองพรรคไปวัดดวงกันเองในสนามเลือกตั้ง
มันฯ มือเสือ