บรรยากาศการเมืองคึกคักตั้งแต่ต้นปี
พรรครวมไทยสร้างชาติถือฤกษ์งามยามดี 9 ม.ค. จัดอีเวนต์เปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ
ที่ผ่านมากับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แค่ทดลองแยกกันอยู่ แต่นับจากวันที่ 9 นี้เป็นต้นไป ต้องถือว่า ‘พี่ป้อม-น้องตู่’ เซ็นใบหย่าขาดจากกันเรียบร้อย โอกาสเปลี่ยนใจรีเทิร์นเท่ากับศูนย์
ต้องจับตาวันที่พรรคพลังประชารัฐไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตรคนเดียวเอาอยู่หรือไม่
วันประชุมใหญ่พรรค 14 ม.ค. มี กระแสข่าวส.ส.ลูกพรรคหลายคนอาจไม่มาร่วมงาน ซึ่งเท่ากับเป็นการแสดงออกถึงเจตนารมณ์กลายๆ ว่าเตรียมตีจาก ย้ายไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์
พลังประชารัฐทรงหรือทรุดรอดูกันยาวๆ แต่ที่พรรคการเมือง นักการเมือง รวมถึงประชาชนทั่วไปอยากรู้คือ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์เปิดตัวลงสนามการเมืองแล้ว ในฐานะนายกฯ จะประกาศยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งเมื่อใด
นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้คร่ำหวอด เชื่อว่ายุบสภาจะเกิดขึ้นหลัง 28 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมสภาก็เป็นได้ สภาชุดนี้จึงอาจจะอยู่ทำงานครบ 8 สมัยประชุม แต่ไม่ครบเทอมวันที่ 23 มี.ค.2566 การยุบสภาอาจมีขึ้นก่อนเพียงสัปดาห์เดียว
ตรงกับความเห็นนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ที่ว่าอาจมีการยุบสภาก่อนครบวาระนิดหน่อย
พรรคการเมืองเตรียมความพร้อมกันเต็มที่ หลายพรรคโหมโรงติดตั้งป้ายหาเสียงพรึบเรียงรายริมถนน เป็นสัญญาณว่าการเลือกตั้งใหญ่ครั้งสำคัญใกล้เข้ามาถึงที่สุดแล้ว
นักการเมืองทั้งฝ่ายเดียวกันและคนละฝ่าย หลายคนแสดงความยินดีกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่เข้าสู่สนามเลือกตั้ง ก้าวสำคัญของการเมืองระบอบประชา ธิปไตย และเป็นประโยชน์กับประชาชนที่จะมีตัวเลือกมากขึ้น
แต่สิ่งพึงระวังคือ ต้องไม่ใช้อำนาจในทางผิด ทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์เที่ยงธรรม รวมถึงหลังเลือกตั้ง เมื่อรู้ผลแพ้-ชนะก็ต้องยอมรับ อย่าดิ้นรนใช้ กลไกส.ว.เป็นเครื่องต่อลมหายใจอำนาจให้ตัวเอง
หากทำเช่นนั้นถึงไปต่อได้ อย่างมากก็อีกแค่ 2 ปี แต่ประเทศชาติและประชาชนจะไปต่อไม่ได้
ไหนๆ เริ่มต้นมาถูกทางแล้วก็ไปให้ตลอดรอดฝั่ง อย่าออกนอกลู่นอกทางในตอนสุดท้าย เพียงแค่ให้ได้อยู่ในอำนาจต่อไป
เลือกตั้งปี 66 กระแสการเมืองต่างลิบลับจากเมื่อปี 62 ผู้มีอำนาจอย่าประเมินตัวเองสูงเกินไปนัก
มันฯ มือเสือ