พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เผยแพร่สารนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ปี 2566 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ความตอนหนึ่งว่า

วันเด็กแห่งชาติปีนี้ ได้มอบคำขวัญว่า “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี” ด้วยตระหนักว่า เด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรมนุษย์อันมีค่าและเป็นความหวังต่อการนำพาประเทศสู่อนาคต

เด็กทุกคนจึงต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตนในการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความสามารถ แสวงหาประสบการณ์ที่หลากหลายตามความถนัดและความสนใจอยู่เสมอ

รวมทั้งมุ่งหวังให้เด็กทุกคนมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ เคารพและเชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดามารดา ครูอาจารย์ ปฏิบัติตามกฎกติกาทางสังคม มีความโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือสังคมในทุกโอกาส

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติทุกปี

ล่าสุดคำขวัญวันเด็กประจำปี 2565 คือ “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี” ซึ่งเป็นปีที่ 9

เมื่อย้อนดูคำขวัญวันเด็กทุกปี ปรากฏ “คำ” ที่พล.อ.ประยุทธ์ใช้มากที่สุด ได้แก่

รู้/ความรู้ 8 ครั้ง, เด็ก/เด็กไทย 5 ครั้ง, ชาติ 3 ครั้ง, คุณธรรม/ความดี 3 ครั้ง, สู่อนาคต 2 ครั้ง และมีวินัย 1 ครั้ง

ล้วนเป็นคำขวัญที่กลวงเปล่า ล่องลอยไร้พลัง มีแต่นามธรรม

ถ้อยคำที่พล.อ.ประยุทธ์อุตส่าห์ประดิดประดอย หลายครั้งย้อนกลับไปหาเจ้าของด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะความชอบธรรมในการเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ครั้งแรก ใช้กำลังกองทัพรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย แล้วตั้งตัวเองขึ้นมามีอำนาจ

ระหว่างนั้นก็ใช้อำนาจอย่างล้นเกิน ดำเนินการกับฝ่ายตรงข้าม กำราบผู้เห็นต่างไม่เว้นแม้แต่เด็กและเยาวชน

ครั้งที่สอง พล.อ.ประยุทธ์ใช้องคาพยพของอำนาจรัฐประหารร่างรัฐธรรมเพื่อสืบทอดอำนาจ แต่งตั้งวุฒิสมาชิกจำนวน 250 คน เพื่อโหวตให้ตัวเองเป็นนายกฯ

ล่าสุดก็มีความพยายามจะเข้าเป็นนายกฯ อีกครั้ง แม้จะมีวาระเพียง 2 ปีก็ตาม ปากอ้างว่าไม่อยากเป็นใหญ่ไม่ได้ต้องการอำนาจ แต่ประเทศชาติต้องไปต่อ

ที่น่าสนใจก็คือ ระหว่างพล.อ. ประยุทธ์เป็นรัฐบาล ใช้อำนาจทั้งมาตรา 44 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมถึงกฎหมายทุกตัวบทดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชนชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน

เภรี กุลาธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน