การเมืองชัดเจนขึ้นใน 2 ประเด็น ในวันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นำคณะลงตรวจราชการพื้นที่ภาคเหนือ จ.พะเยา โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขนทีมส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย มาต้อนรับขับสู้

ฉากไฮไลต์อยู่บนเวทีลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง หลัง พล.อ.ประวิตร กล่าวปราศรัยกับชาวบ้านเสร็จสิ้น ร.อ.ธรรมนัส และส.ส.ในกลุ่ม ถือพวงมาลัยดอกดาวเรืองขึ้นไปบนเวที

ร.อ.ธรรมนัสคุกเข่ามอบพวงมาลัยพร้อมยกมือไหว้พล.อ.ประวิตร โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนพากย์เสียงอยู่ข้างๆ

“เวลานี้ลุงป้อมเปรียบเหมือนพ่อวันนี้ลูกกลับมาบ้าน มาช่วยพาบ้านพลังประชารัฐให้เข้มแข็ง และแข็งแกร่งโดยเฉพาะ จ.พะเยา ยกทีม—ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไว้เลยว่าลูกๆ กลับมาบ้านแล้ว พ่อดีใจมาก หุงข้าวไว้รอแล้ว”

ถึง พล.อ.ประวิตรจะไม่พูดอะไร เรื่องนี้ แต่จากสีหน้าท่าทางและรอยยิ้ม ตีความได้ว่าหากกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส จะรีเทิร์นบ้านหลังเดิม เจ้าของบ้านก็ยินดีเปิดประตูต้อนรับ

ร.อ.ธรรมนัสตอบคำถามถึงการกลับมาอยู่พรรคพลังประชารัฐว่า ถ้า พล.อ.ประวิตรสั่งอย่างไรก็พร้อมทำตาม ยืนยันทุกอย่างจะชัดเจนก่อน 7 ก.พ.

วันเส้นตายที่ส.ส.จะย้ายพรรคในกรณีสภาอยู่ครบวาระ

แต่หากดูจากภาษากายที่ ร.อ.ธรรมนัสคุกเข่ามอบพวงมาลัยดาวเรือง ประกอบคำพูดนายวิรัช ที่พูดแทนพล.อ.ประวิตร “ลูกๆ กลับมาบ้านแล้ว พ่อดีใจมาก หุงข้าวไว้รอแล้ว”

ไม่ต้องถึง 7 ก.พ. ทุกอย่างก็กระจ่างชัด

ทั้งยังนำมาสู่การคลี่คลายคำถามที่ว่า การแยกตัวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากร่มเงา “พี่ใหญ่ 3 ป.” ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาตินั้น เป็นกลยุทธ์แยกกันเดิน รวมกันตีกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

หากดูจากความขัดแย้งรุนแรงระหว่าง “ประยุทธ์” กับ “ธรรมนัส” ในเหตุการณ์ เดือนก.ย.64 กระทั่งฝ่ายหลังถูกปลดพ้นเก้าอี้รัฐมนตรี ออกไปตั้งพรรคของตัวเอง จวบจน พล.อ.ประยุทธ์ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ

จึงได้ปรากฏจดหมายเปิดใจหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

จึงได้ปรากฏภาพคุกเข่าพร้อมพวงมาลัยดาวเรือง บนเวทีลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง

ซึ่งเป็นคำตอบได้อย่างดีว่าสัมพันธ์ พี่น้อง “2 ป.” ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 40 ปี ได้มาถึงจุดแยกย้าย

จากนี้ไปตัวใครตัวมัน ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเลือกตั้ง

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน