ความเห็นไม่ตรงกันระหว่างนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ
เกี่ยวกับญัตติอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่กำหนดมีขึ้น 15-16 ก.พ.นี้ รวมเวลาอภิปราย 32 ชั่วโมง แบ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านเจ้าของญัตติ 24 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรีกับพรรครัฐบาล 8 ชั่วโมง
ต้องจับตาฝ่ายพรรครัฐบาลจะใช้แท็กติกไม่เข้าร่วมเป็นองค์ประชุม ทำให้ญัตติต้องล่มกลางคันหรือไม่
รองนายกฯ วิษณุ ระบุ หากองค์ประชุมไม่ครบ หรือสภาล่มตั้งแต่อภิปรายวันแรก ต้องถือว่าจบการอภิปรายสิ้นสุดญัตติทันที
ขณะที่รองประธานฯ สุชาติ โต้แย้งว่า ความคิดเห็นของนายวิษณุไม่น่าจะถูกต้อง เพราะตามข้อบังคับการประชุมสภาไม่มีการระบุว่า การที่องค์ประชุมไม่ครบถือเป็นการสิ้นสุดญัตติ
เป็นเพียงการทำให้ญัตติสะดุดลง ต้องเลิกประชุมเนื่องจากไม่เป็นองค์ประชุม และต้องนำกลับมาพิจารณาต่อในการประชุมคราวต่อไป
ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เป็นประจำ กรณีญัตติที่ยังไม่สิ้นสุดการอภิปราย หรือญัตติที่ต้องลงมติแล้วองค์ประชุมไม่ครบก็จะเลิกประชุมทุกครั้ง และประธานจะแจ้งให้ทราบว่าให้ส่วนที่เหลือนำมาพิจารณาต่อเพื่ออภิปราย หรือลงมติในการประชุมครั้งถัดไป
สำหรับการอภิปรายในญัตติตามมาตรา 152 ที่ไม่มีการลงมติ ต้องปฏิบัติตามข้อ 73 ในข้อบังคับการประชุมสภา ที่ระบุ การอภิปรายเป็นอันยุติเมื่อ หนึ่ง ไม่มีผู้ใดอภิปราย สอง ที่ประชุมลงมติให้ปิดอภิปราย และสาม ที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา
และข้อ 74 กรณีประธานพิจารณาเห็นว่าได้อภิปรายกันพอสมควรแล้ว จะขอให้ที่ประชุมวินิจฉัยว่าจะปิดอภิปรายหรือไม่ ก็ได้
อีกทั้งตามข้อตกลงของวิปสองฝ่ายที่เห็นพ้องให้ประชุม 2 วัน พรรคร่วมฝ่ายค้าน 24 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล 8 ชั่วโมง
จึงควรดำเนินการตามข้อบังคับสภาและข้อตกลงวิปสองฝ่าย ใช้เวลาจนครบ
นายสุชาติยังแสดงความเป็นห่วงฝากไปถึงฝ่ายรัฐบาล หากทำตามความเห็นนายวิษณุ อาจถูกมองว่าหนีการตรวจสอบหรือไม่
เนื่องจากการอภิปรายตามมาตรา 152 เป็นกระบวนการตรวจสอบหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ และเป็นครั้งสุดท้ายของสภาชุดนี้แล้ว
ฝ่ายบริหารจะได้มีโอกาสชี้แจงทำความเข้าใจกับส.ส.รวมถึงประชาชนที่ติดตามการอภิปราย ฝ่ายรัฐบาลจึงควรร่วมรักษาองค์ประชุม เพื่อให้การประชุมไปได้ราบรื่น
ก็ต้องติดตามว่าระหว่างความเห็นนายสุชาติ กับนายวิษณุ ฝ่ายรัฐบาลจะเชื่อใคร?
มันฯ มือเสือ