“รุก กลางกระดาน”
เป็นอีกหนึ่งคดีความรุนแรงที่เกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ที่ได้รับการคลี่คลาย
สำหรับกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ยกคณะไปขัดขวางการจับสลากหมายเลข ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั่วไป ในการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557
ซึ่งเหตุการณ์ในวันดังกล่าว กลุ่ม ผู้ชุมนุมไม่ได้ห้อยแค่นกหวีด แต่บางคนยังมีทั้งระเบิดปิงปอง อิฐตัวหนอน ที่เตรียมมาและหามาได้จากแถวนั้น
ไล่โจมตีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความเรียบร้อยภายในสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งตอบโต้ด้วยกระสุนปืนยาง และแก๊สน้ำตา
หลังเหตุการณ์นอกจากสร้างความ เสียหายมหาศาล พื้นที่ตรงนั้นเหมือนเผชิญกับเหตุการณ์สงคราม มีรถยนต์ทั้งของราชการและของเอกชน ถูกทุบ เผาทำลายเสียหายย่อยยับ
และเป็นเรื่องสูญเสียยิ่งกว่านั้น เมื่อมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวถึง 2 ราย และบาดเจ็บอีกร่วมร้อยคน
โดยรายแรกที่เสียชีวิตคือ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ ผบ.หมู่ สน.ตลาดพลู ที่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่หัวใจ
อีกคนก็คือ นายวสุ สุฉันทบุตร ผู้ชุมนุมที่ถูกยิงทะลุตับ ไปเสียชีวิตที่ร.พ.พระ มงกุฎเกล้า
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีความพยายามโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนจากที่สูง จนเกิดการรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้คลี่คลายคดีเหล่านี้ให้ชัดเจน
ผ่านมา 4 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายเอกชัย พลภักดี หลังตรวจสอบอาวุธปืนขนาด .32 แล้วพบว่า ตรงกับอาวุธที่ใช้สังหาร ด.ต.ณรงค์
จึงขออนุมัติหมายจับจากศาลในข้อหาฆ่าและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน
แถมยังพบอาวุธปืนอีกกระบอกที่เชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองภาคใต้ ที่รู้กันดีว่าเป็นผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ กปปส.อย่างเป็นทางการ
จึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินคดีโดยเด็ดขาด รวมทั้งหากพาดพิงถึงใคร ก็ต้องจัดการให้ทั้งหมด
และเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ยืนยันได้ว่าม็อบกปปส. ที่ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ไม่ใช่ม็อบที่สงบสันติอหิงสา!??