“รุก กลางกระดาน”
น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการเปิดเผยผลสำรวจขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ที่เปิดเผยดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นในภาครัฐทั่วโลก หรือซีพีไอ ประจำปี 2560 ซึ่งผลปรากฏว่าไทยได้คะแนน 37 คะแนน เป็นอันดับที่ 96 จาก 180 ประเทศทั่วโลก
แม้จะได้คะแนนเพิ่มมากขึ้นมาปีที่แล้ว 2 คะแนน ไต่อันดับจาก 101 มาเป็นอันดับ 96 แต่ก็ไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์การปราบปรามหรือต่อต้านคอร์รัปชั่นของไทยดีขึ้นสักเท่าใด
ยิ่งไปกว่านั้น การได้คะแนนเพียง 37 คะแนน จาก 100 คะแนนเต็มนั้น เท่ากับว่าเป็นการสอบตกอย่างสิ้นเชิง
ถ้าเป็นเด็กนักเรียนก็ต้องเรียนซ้ำชั้น หากตกซ้ำ ตกซาก ก็อาจถูกเชิญออกจากสถานศึกษา
แต่เมื่อเป็นเรื่องระดับชาติ รัฐบาล และป.ป.ช. หน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อปราบปรามการทุจริต จะยืนตาใส ไม่รู้ร้อนรู้หนาว หรือไม่แสดงความรับผิดชอบอะไร ก็คงสุดแล้วแต่
ประชาชนก็คงทำได้เพียงแค่ตั้งคำถามว่า แล้วคำสัญญาที่จะมากวาดล้างการทุจริตของรัฐบาลทหาร มาบัดนี้ล่วงเวลากว่า 4 ปีที่ไม่มีนักการเมืองเลว
ปัญหาบรรเทาเบาบางลงไปบ้างหรือไม่!??
รวมทั้งกรณีที่สังคมคลางแคลงใจ ไม่ว่าจะเป็นอุทยานราชภักดิ์ การจ้างองค์การทหารผ่านศึกขุดลอกคูคลอง การเช่าเครื่องบินเหมาลำไปฮาวายในราคาแสนแพง
หรือกระทั่งการขาดประชุมสนช.ของบรรดาบิ๊กๆ ข้าราชการ รวมทั้งน้องชายสุดที่รักของท่านนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งที่รับเงินเดือนเบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวน
อีกทั้งการที่หลานชายนายกฯ ไปตั้งบริษัทในค่ายทหาร แล้วมารับเหมาเป็นคู่สัญญากับกองทัพ <>
ไม่นับเรื่องเรือเหาะ จีที200
มาถึงล่าสุดก็เรื่องแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินเอาไว้
ที่แม้แต่องค์กรเพื่อความโปร่งใสฯ ยังยกกรณีนี้มาระบุว่าเป็นช่องโหว่ของกลไกจริยธรรมคุณธรรมในไทย
แน่นอนว่าหลายๆ เรื่อง ป.ป.ช. ก็ชี้ออกมาแล้วว่าโปร่งใส ไร้ทุจริต
แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้
คำสัญญาที่ว่าไว้ ก็ดูจะรางเลือน
จนอดสงสัยไม่ได้ว่าคงจะไม่มีวันเป็นจริง