คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คนทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต
แต่ยังคงพิจารณาคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งไปจนถึงที่สุดว่าจะตีตกยกคำร้อง หรือชักใบเหลืองใบแดงให้
ว่ากันว่าในจำนวน ส.ส.จำนวน 400 เขตนี้ มีผู้ที่ต้องอยู่ในความระทึกทั้งสิ้น 82 คน
พรรคภูมิใจไทย เพื่อไทย และพลังประชารัฐถูกร้องมากสุด
ขั้นตอนต่อไป หลังประกาศรับรองผลแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 121 กำหนดไว้ภายใน 15 วัน ให้ ส.ส.เข้ารับหนังสือจาก กกต. และเข้ารายงานตัวที่รัฐสภาในระหว่างวันที่ 20 มิ.ย.-3 ก.ค.
จากนั้นวันที่ 3 ก.ค. จะเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก
วันที่ 13 ก.ค. กำหนดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกโดยประธานชั่วคราว เพื่อให้ ส.ส.กล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามด้วยเลือกประธานและรองประธานสภา ตามที่สมาชิกเสนอชื่อ โดยการลงมติเป็นการลับ
ถัดจากนั้น ในวันที่ 23 ก.ค. จึงเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ส.ส.จำนวน 500 คน และสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 250 คน มีอำนาจโหวตร่วม
ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิก 750 คน นั่นคือ 376 เสียงขึ้นไป
หากผ่านไปด้วยดี คาดว่าประมาณต้นเดือน ส.ค.ประธานรัฐสภาจะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีลงมาแล้ว
ก็เป็นขั้นตอนการแต่งตั้งรัฐมนตรี และนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว
นายกฯ จะต้องนำรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเข้ารับตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม หากเสียงโหวตนายกฯ คนใหม่ไม่ผ่าน ซึ่งตาม รธน.ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา
แต่ในระหว่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะทำหน้าที่รักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามา
ถ้าการโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่เสร็จสิ้นโดยเร็ว ไม่คาราคาซัง พล.อ.ประยุทธ์ก็ถึงเวลาต้องเก็บของออกจากทำเนียบเร็วขึ้นเท่านั้น
ปิดฉากอำนาจต่อเนื่องยาวนาน 9 ปีที่ไม่น่าจดจำ!!
เภรี กุลาธรรม