หลังโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนทั้ง 2 คน เสร็จสิ้นเรียบร้อย ตามขั้นตอนจะต้องส่งชื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
โดยนายกฯ จะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ขณะนี้อยู่ระหว่างนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พยักหน้ารับ หลังผู้สื่อข่าวสอบถามว่าจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อไหร่
สำหรับความเคลื่อนไหวของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ได้จัดประชุมกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เตรียมความพร้อมสำหรับการรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร
พร้อมกันนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ให้สัมภาษณ์ว่าเตรียมการเปิดประชุมสภาผู้แทนฯ และประชุมร่วมรัฐสภา
กำหนดว่าหากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว จะประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกวันที่ 12 ก.ค. มีระเบียบวาระเพียงให้ส.ส.ที่ยังไม่ได้ปฏิญาณตนได้ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่
จากนั้นจะประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค. เวลา 09.30 น. ซึ่งได้หารือกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เรียบร้อยแล้ว
จากนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาจะออกหนังสือเชิญสมาชิกทั้งสองสภามาประชุมร่วมกัน
สำหรับการโหวตนายกฯ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและเคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ที่มีแนวโน้มว่าอาจไม่ผ่านด่านสมาชิกวุฒิสภานั้นจะต้องโหวตซ้ำกี่ครั้ง
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่าจำนวนครั้งคงพูดไม่ได้ เพราะครั้งเดียวอาจผ่านก็ได้ คือได้ 376 เสียง แต่ถ้าไม่ครบ ก็ต้องประชุมในรอบต่อไป และต้องวิเคราะห์ดูว่าคะแนนที่ได้มีจำนวนเท่าไรถึงจะครบ 376 เสียง
แต่โดยสรุปคือรัฐสภาต้องประชุมให้ได้นายกฯ ไม่ใช่นายพิธาคนเดียว หากนายพิธาได้ก็ถือว่าได้ไป แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องหาจนกว่าจะได้นายกฯ
เพราะรัฐสภามีหน้าที่เลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อบริหารประเทศ จะขาดนายกฯ ไม่ได้
ดังนั้นวันที่ 13 ก.ค.นี้ จึงเป็นวันดีเดย์ที่ประชาชนทั่วประเทศเฝ้าจับตาดู!!
เภรี กุลาธรรม