จับตาไปยังการโหวตนายกฯ รอบสาม 27 ก.ค. หลัง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดนเล่ห์กลมนต์คาถาของ สว.และพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม ร่วมกันสกัดจนไปต่อไม่ได้ในตำแหน่งนายกฯ คนที่ 30

ตั้งเงื่อนไขหัวชนฝาเรื่องมาตรา 112 บีบจนก้าวไกล ต้องยอมถอยเปิดทางให้เพื่อไทย พรรคอันดับสอง ขึ้นมาเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ชิงเก้าอี้นายกฯ

ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดหนาหู เพื่อไทยอาจสลัดก้าวไกลออกจากสูตรสมการจัดตั้งรัฐบาล

ในการแถลงร่วมกันของหัวหน้าพรรคและแกนนำ 8 พรรคพันธมิตร เมื่อวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนเริ่มจับสัญญาณบางอย่างได้

เพื่อไทยที่รับไม้ต่อจากก้าวไกล ประกาศแนวทาง 3 ขั้นตอน ในการแสวงหาเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ให้ผ่านสมรภูมิวันที่ 27 ก.ค.ไปให้ได้

เริ่มจากการหาเสียง สว.มาเพิ่ม หากติดขัดเรื่องมาตรา 112 ของก้าวไกล เพื่อไทยจะเป็นฝ่ายไปพูดคุยกับ สว.ถึงเงื่อนไขรายละเอียดการลดเพดาน เพื่อนำกลับมาพูดคุยกับก้าวไกล

ถ้าทำตามสเต็ปแรกแล้วเสียง สว.ยังไม่พอ เพื่อไทยได้รับสิทธิ์ไปพูดคุยกับ “พรรคอื่น” ได้ตามที่เห็นสมควร

แต่ที่ฟังแล้วรู้สึกแหม่งๆ คือสเต็ปที่ 3 “แนวทางอื่นๆ” ที่นอกเหนือจากสูตร 8 พรรค หมายถึงอาจไม่มี “บางพรรค” และอาจมีพรรคขั้วรัฐบาลเดิมเข้ามาเติม

หลังการแถลงก้าวไกลส่งไม้ต่อให้เพื่อไทย ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทุกอย่างก็คืบหน้ารวดเร็วราวติดปีก

ไม่ใช่แค่ด้อมส้ม แม้แต่ด้อมแดง ก็เป็นงง

พรรคที่รับไม้ต่อ เร่งรีบออกเทียบเชิญหัวหน้าพรรคแกนนำขั้วรัฐบาลเดิม ที่เคยเป็นปรปักษ์ทางการเมืองกันมาก่อน

ทั้งพรรคภูมิใจไทย ชาติพัฒนากล้า รวมไทยสร้างชาติ ต่อด้วยพลังประชารัฐ และชาติไทยพัฒนา มาเปิดดีลเจรจาพูดคุยกันที่พรรคในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ติดต่อกัน

ทุกพรรคที่มาคุยกับเพื่อไทย ยังท่องคาถาเรื่อง มาตรา 112 ยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน “มีก้าวไกล ไม่มีเรา” แบบนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า ทุกพรรคต้องการบีบก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน

ก่อนหน้านี้โพลสำรวจพบ ประชาชนร้อยละ 43.21 ต้องการให้โหวตพิธาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้นายกฯ

มีเพียงร้อยละ 7.94 ที่ต้องการให้เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทน และเพียงร้อยละ 2.06 ที่ต้องการให้เพื่อไทยสลับขั้ว

เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า พรรคที่ข้ามขั้วเข้ามาเป็นนายกฯ จัดตั้งรัฐบาลแทนก้าวไกล ในช่วงนี้

หนีไม่พ้นต้องเผชิญกับปฏิกิริยาหนักหน่วงของสังคมที่รออยู่

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน