ที่ประชุมสส.พรรคก้าวไกลมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่โหวตให้ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย อ้างต้องการแสดงท่าทีไม่อยากมีส่วนร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังเกิดขึ้น
ระบุขัดต่อเจตนารมณ์และเจตจำนงของประชาชนที่ได้แสดงออกผ่านการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.
การที่จะให้สส.พรรคก้าวไกลโหวตให้นั้น ไม่ใช่การปิดสวิตช์สว. แต่เป็นการเดินตามความต้องการของสว.ที่บิดเบือนผลการเลือกตั้ง
ที่ผ่านมาชัดเจนว่าสว.จำนวนมาก และพรรคขั้วรัฐบาลเดิม ต้องการ ปิดสวิตช์พรรคก้าวไกลที่ชนะการเลือกตั้ง
สุดท้ายระบุว่าเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่เกรงใจผู้มีอำนาจทุกฝ่าย ยกเว้นประชาชน จะไม่สามารถ ผลักดันวาระที่ก้าวหน้า และทำเพื่อผลประโยชน์ประชาชนที่แท้จริง
ชัดเจนว่าพรรคก้าวไกลจะต้องเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ
151 เสียง (เหลือทำหน้าที่ 149 คน) ทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง ไทยสร้างไทย 6 เสียง เป็นธรรม 1 เสียง
แข็งแกร่งและมีพลังเพียงพอเขย่ารัฐบาลได้ ถ้าหากทำในสิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจ
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้กลับไปทำงานเดิมที่ถนัดมาอย่างยาวนาน 17 ปีอีกครั้ง
แต่การเลือกตั้งซ่อมจังหวัดระยอง เขต 3 แทนสส.พรรคก้าวไกลที่ชิงลาออก ด้วยปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากเคยติดคุกนั้น
สนามนี้ พรรคก้าวไกลและประชาธิปัตย์ต้องต่อสู้แย่งชิงที่นั่งกันเอง
ถ้าประชาธิปัตย์ชนะได้เพิ่ม 1 เสียง ก้าวไกลมีชัยได้เท่าเดิม
ก้าวไกลถือว่ามีความนิยมเหนือกว่าอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาชนะแบบยกจังหวัดทั้ง 5 เขต
ส่วนประชาธิปัตย์พ่ายรูด แม้แต่ระดับรองหัวหน้าพรรคก็ฝ่ากระแสพิธาฟีเวอร์ไม่ไหว
การหาเสียงในครั้งนี้ ทั้งสองพรรคจะงัดยุทธศาสตร์แบบไหนมาช่วงชิงความได้เปรียบ
เพราะที่ผ่านมาทั้งคู่ต่างก็โดดเด่นเรื่องวาทกรรมพอฟัดพอเหวี่ยงกัน
แต่หลังปิดหีบ รู้ผลแพ้ชนะ ทั้งคู่จะต้องอยู่ฝ่ายเดียวกัน กอดคอเป็นฝ่ายค้าน!!!
เภรี กุลาธรรม