เป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างกว้างขวาง สำหรับการเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
เพราะถูกมองว่าไม่ใช่แค่เดินทางกลับประเทศเพื่อรับโทษในคดีอาญาเท่านั้น แต่ยังถูกเชื่อมโยงใยผูกพันไปถึงการจัดตั้งรัฐบาล และดีลลับต่างๆ นานา
ในที่สุดแม้ไม่มีใครที่จะออกมายอมรับ แถมปฏิเสธด้วยว่าไม่ได้มีความเกี่ยวพันกัน
ส่วนสังคมจะคิดเห็นเป็นอย่างไร ก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อย่างไรก็ตามในสิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือการป่วยของนายทักษิณ ที่เกิดขึ้นในห้วงที่นายทักษิณ ถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยังไม่ทันข้ามคืน
ต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยแพทย์ระบุว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับหัวใจ ปอด และความดัน จนแพทย์ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่สามารถดูแลรักษา ต้องส่งต่อโรงพยาบาลที่มีศักยภาพมากกว่า
แน่นอนว่าย่อมถูกตั้งคำถามอีกเช่นกันว่าอาการป่วยของนายทักษิณ นั้นร้ายแรงถึงขั้นนั้นจริงหรือไม่ แต่ก็เป็นเรื่องที่แพทย์จะต้องวินิจฉัย และกระทำการรักษาตามจรรยาแพทย์
ซึ่งส่วนที่น่าสนใจก็คือการตัดสินใจส่งตัวผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลที่เหมาะสม ย่อมถือเป็นเรื่องที่ดี ที่คิดเห็นแก่ชีวิต และสวัสดิภาพของผู้ต้องขังเป็นสำคัญ
และควรพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเสมอกัน ไม่ให้ถูกครหาในการเลือกปฏิบัติ ทำอย่างนี้เพียงเพราะเป็นนายทักษิณ
เพราะก่อนหน้านี้ก็มีผู้ต้องขังจำนวนมากที่เกิดอาการเจ็บป่วยได้ขอออกมารักษาตัว แต่ก็ถูกปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถดูแลอาการได้
ได้แต่หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของบรรทัดฐานใหม่ ที่กรมราชทัณฑ์ และเรือนจำต่างๆ จะใช้เป็นหลักในการพิจารณาส่งตัวผู้ป่วย
รวมทั้งการปรับปรุงเรื่องการดูแลผู้ต้องขัง อย่างน้อยก็ให้มีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม ไม่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากจนเกินไป
เปิดโอกาสให้ได้ปรับปรุงตัวกลับคืนสู่สังคมได้อย่างเหมาะสม
หากทำได้ก็ถือว่าเป็นคุณูปการของทักษิณ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเช่นนี้
แต่หากไม่ใช่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะถูกตั้งคำถามเรื่องการเลือกปฏิบัติ
อยู่ที่ว่าจะเลือกแบบไหน รัฐบาลชุดใหม่จะเป็นผู้ให้คำตอบ!!
รุก กลางกระดาน