“ผมเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก เพิ่งเข้าสู่วงการการเมือง ใครมีความรู้ความสามารถที่ดีก็พร้อมที่จะปรึกษา ผมก็พูดแค่นั้น บลูมเบิร์กก็แปลแค่นั้นใช่ไหม อย่าตีความไปกว้างกว่านั้นเลย เพราะจะก่อให้เกิดประเด็นโดยใช่เหตุ”

นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน กล่าวตอบกลุ่มผู้สื่อข่าวที่มารอซักถาม หลังกลับจากร่วมประชุมสมัชชายูเอ็น ในประเด็นที่ให้สัมภาษณ์สื่อบลูมเบิร์ก เกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก

เนื้อหาตามที่บลูกเบิร์กรายงาน ช่วงหนึ่ง นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของนายทักษิณ เมื่อพ้นโทษแล้ว

“ผมเชื่อว่าเขาจะสร้างประโยชน์เพิ่มให้กับรัฐบาลและคนไทย คุณทักษิณยังคงเป็นนายกฯ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ดังนั้น นี่เป็นเหตุผลที่ดีอย่างเห็นได้ชัดว่า ถ้าหากท่านเป็นอิสระแล้ว ผมไม่ไปขอความเห็นจากท่านหรืออดีตนายกฯ คนอื่นๆ ก็คงไม่ฉลาดนัก”

เป็นคำให้สัมภาษณ์ที่ราบเรียบ ไม่มีประโยคใดสื่อความหมายไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ว่าหากนายทักษิณ พ้นโทษแล้วจะตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ หรือที่ปรึกษารัฐบาล ตามที่สื่อไทยบางสำนัก “ตีความ” ในลักษณะจับแพะชนแกะ เผยแพร่เป็นประเด็น

สว.ตัวตึงรับลูกขยายความต่อทันที เรื่องนี้จะกระทบความเชื่อมั่น กระทบกระบวนการยุติธรรม ความศรัทธาต่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

“บางเรื่องอย่าไปใจด่วนใจเร็ว เข้าใจว่าเคยเป็นซีอีโอบริษัท คงเคยชินที่สั่งแล้วต้องได้ทุกอย่าง บางเรื่องฟังเสียงติติงก่อนแล้วค่อยพิจารณา อาจจะช้าไปนิดนึงแต่เพื่อให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืนกว่า” สว.ตัวตึงชิงสั่งสอนนายกฯ มือใหม่ ทั้งที่ตัวเองก็ฟังไม่ได้ศัพท์

ที่จริงเรื่องนี้ นายเศรษฐา อธิบายความชี้แจงตั้งแต่ตอนอยู่สหรัฐ แล้วด้วยซ้ำไป ว่าที่บลูมเบิร์ก ถามว่าจะปรึกษานายทักษิณหรือไม่ ตนตอบว่า จะปรึกษาอดีตนายกฯ ทุกท่าน

ท่านแรกคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง นายอานันท์ ปันยารชุน ที่ได้ไปหาถึงบ้าน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เชียงใหม่ ส่วนนายทักษิณ เป็นนายกฯ ที่ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนอย่างมาก เป็นคนมีความรู้

ประเทศไทยคงเสียหายถ้าไม่ปรึกษาคนเหล่านี้ เพราะตนเป็นมือใหม่หัดขับ ไม่ใช่แค่อดีตนายกฯ อดีตรองนายกฯ ผู้แทนการค้าไทย รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ปรึกษาหมด ไม่ได้กีดกันใครทั้งสิ้น ไม่ได้กีดกันเรื่องสีและความเชื่อทางการเมือง

ตอบชัดขนาดนี้ เรื่องก็ควรจบได้แล้ว

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน