หนี้ครัวเรือนถูกจัดอยู่อันดับ 2 ในหมวดหมู่ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้องของโพลมติชนxเดลินิวส์ ที่จัดทำขึ้นเพื่อสอบถามประชาชนว่า “รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” ในสัดส่วนผู้ร่วมโหวตร้อยละ 20.6
สะท้อนว่าหนี้ครัวเรือนคือปัญหาใหญ่ของสังคมไทย
ในการแถลงผลงาน 60 วัน ช่วงหนึ่งนายกฯ เศรษฐากล่าวถึงปัญหาหนี้สินครัวเรือน ว่ารัฐบาลต้องการลดในส่วนนี้ ซึ่งทำได้ 2 แนวทาง คือ ลดหนี้ และเพิ่มรายได้
ที่น่ากังวลคือหนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 10 ต่อเดือน รัฐบาลจะให้หน่วยงานความมั่นคงเข้ามาดูแลในส่วนนี้ด้วย คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จะมีแถลงข่าวเรื่องนี้ เพื่อให้นำไปปฏิบัติได้ภายในกลางเดือนธ.ค.
ย้อนกลับไปวันที่ 3 พ.ย. นายกฯ เศรษฐาเป็นประธานประชุมหารือข้อราชการการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ร่วมหารือ
หลังประชุม นายกฯ เผยว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชน ได้พูดคุยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ประมาณสิ้นเดือนนี้จะแถลงข่าวใหญ่เกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของประชาชน หนี้นอกระบบ
นายเศรษฐายังทวีตข้อความ “ความรับผิดชอบในการจัดการเรื่องหนี้นอกระบบ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทุกฝ่ายต้องหาแนวทางในการแก้ไข เพราะเป็นปัญหาที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ผมตั้งใจให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะในบางครั้งมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยที่สูงเกินกฎหมาย และลูกหนี้ต้องรับภาระหนี้ที่เกินเงินต้นเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ผมสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหาแนวทางในการจัดการแก้ไขหนี้สินรายย่อยเชิงรุก เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินที่ต้นทางให้ประชาชน”
6 พ.ย. นายกฯ ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย รวม 26 คน มี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ เพื่อให้การดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเป็นระบบและเป็นธรรม
แสดงถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาล แต่จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามกันต่อไป
มันฯ มือเสือ