นายกฯ เศรษฐา ประกาศมีความพร้อมและยินดี กรณี สว.บางส่วนอยากเปิดอภิปรายคณะรัฐมนตรี เป็นการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 153 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

มาตรานี้ระบุว่า สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา มีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ

โดยนายกฯ ยืนยันเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารอยู่แล้ว ถ้าเกิดฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายตรวจสอบต้องการความกระจ่าง หรืออะไร ก็ต้องชี้แจง เป็นไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ

กลุ่มสว.ที่พยายามเคลื่อนไหวอภิปรายรัฐบาล ให้เหตุผลว่า 4 เดือนที่ผ่านมายังไม่พบการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม อาทิ ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม พลังงาน กระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากเรื่องข้างต้น เพื่ออ้างเหตุให้เปิดอภิปรายแล้ว ยังมีเรื่องใหญ่ระดับโครงสร้างที่สว.กลุ่มนี้จะนำมาพูด เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ที่รัฐบาลและภาคประชาชนต้องการแก้ไข

รวมถึงเรื่องการทำประชามติ วิธีการ ความจำเป็น เนื้อหา ขอบเขต การสรรหา หรือเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ผู้ที่จะมาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ การทำประชามติ การสรรหา หรือเลือกตั้งส.ส.ร. ล้วนมีผลกระทบต่อสถานภาพสว.ชุดปัจจุบัน เพราะเป็นองค์กรแต่งตั้งจากคณะรัฐประหาร

จึงเป็นอีกเหตุผลสำคัญหนึ่ง ที่สว.บางพวกต้องการเคลื่อนไหวรักษาสถานะตัวเอง

ขณะที่สว.อีกฝั่ง พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ร่วมแสดงความเห็นกรณีนี้ไม่น่าจะง่ายดาย เพราะต้องใช้รายชื่อสว. 84 คน ลงนามเพื่อขอเปิดอภิปราย ถือว่าไม่ใช่จำนวนที่น้อย

“ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับเพื่อนสว. บางคนบอกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วทำงานมา 4 ปี ทำไมสว.ไม่เปิดอภิปรายเลย รัฐบาลชุดนี้ทำงานมา 3 เดือนกว่า กลับจะเปิดอภิปรายแล้ว” พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว

ข้อสังเกตจากพล.อ.เลิศรัตน์ น่าฉุกคิดมิใช่น้อย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ทำไมไม่เปิดอภิปรายรัฐบาลชุดที่แล้ว

ไม่ว่าจะเรื่องกติกาทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม พลังงาน การบังคับใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม

ประเด็นหัวข้อเหล่านี้ที่จะนำมาอภิปรายรัฐบาลปัจจุบัน ล้วนเป็นปัญหาที่รัฐบาลชุดก่อนก่อขึ้น และทิ้งภาระไว้แทบทั้งสิ้น

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน