หลายฝ่ายน่าจะเห็นตรงกัน ปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซามานาน เรื่องปากท้องประชาชนคนไทยยามนี้ ต้องได้รับการปัดเป่า และกระตุ้นโดยเร่งด่วน
เมื่อไม่กี่วันก่อน ระหว่างรอตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อมีรัฐบาลใหม่ นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เชิญภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ เข้าหารือรับฟังข้อเสนอแนะ และแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
นำโดยสภาหอการค้าไทย สภาหอการค้าไทย-จีน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย
การพบกันดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่าเมื่อนายกฯ แพทองธาร เข้าปฏิบัติหน้าที่นายกฯ อย่างเต็มตัว และเป็นทางการ จะมุ่งไปที่เรื่องเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องประชาชนเป็นลำดับแรก
สานต่อภารกิจ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ คนก่อนปูทางเอาไว้
โดยเฉพาะโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาทผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่
จากการหารือกับภาคธุรกิจเอกชน ต่างก็เห็นด้วยหากปรับเปลี่ยนเป็นแจกเงินสด 1 หมื่นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางไปก่อน
อาทิ ประธานหอการค้าไทยฯ ระบุเห็นด้วยอย่างยิ่งแจกเงินสดทันที เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นสำหรับกลุ่มเปราะบาง
จากนั้นค่อยไปแจกในรูปแบบเงินดิจิทัลสำหรับกลุ่มที่ลงทะเบียนไว้แล้ว
ทั้งยังเสนอด้วยควรมีมาตรการช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายประชาชน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน รวมถึงตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ขณะที่ประธานสภาอุตฯ ก็ในทำนองเดียวกัน เพราะเงินงบประมาณเพิ่มเติม 1.22 แสนล้านบาท ที่จะนำมาใช้นั้นผ่านการเห็นชอบแล้ว
ต้องใช้งบฯ ส่วนนี้ภายในเดือนก.ย. ถ้าไม่ใช้จะไม่เกิดประโยชน์
นอกจากนี้ในส่วนของสภาอุตฯ ยังเสนอเรื่องเร่งด่วน อาทิ การปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศจากสินค้านำเข้าที่ไม่มีคุณภาพ
ลดต้นทุนการผลิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่เพียง 6 เดือนแรกปีนี้ต้องปิดตัวลงไปแล้วเกือบ 700 แห่ง
นี่คือข้อเสนอส่วนหนึ่งของภาคธุรกิจเอกชนต่อรัฐบาลแพทองธาร
สรุปโดยภาพรวมต่างเห็นด้วยเศรษฐกิจประเทศขณะนี้ต้องได้รับการกระตุ้นครั้งใหญ่
ข้าวตอกแตก