ตามวัฏจักรวัฏสงสาร ไม้แก่ยามโรยราเหล่านกกามักพากันหนีหายหาต้นใหม่อาศัย
การเมืองเช่นกัน ไม่ว่าใหญ่ แค่ไหนสุดท้ายก็พ่ายธรรมชาติฝืนสังขารไม่ได้ เหล่าลูกน้องบริวารเคยมากมายก็หดหายแยกย้าย
ไม้ใหญ่การเมืองต้นหนึ่งอยู่ในสภาพเก่าแก่เหลาเหย่ แต่ไม่ยอมแพ้ธรรมชาติ ไม่ยี่หระต่อสังขาร ได้เสียงสรรเสริญเยินยอของนกกาช่วยกระชุ่มกระชวย เคลิบเคลิ้มลุ่มหลงคำยกยอปอปั้นจากสิงสาราสัตว์
เคลิ้มทีไรก็สลัดใบสลัดผลให้นกกาสารพัดสัตว์กัดกินอิ่มหมีพีมัน
ใหลหลงหนักจนวาดวิมานสร้างฝันนิมิตขึ้นเอง เทพยดาเทพารักษ์ทำนายทายทัก สักวันหนึ่งจะได้เป็นไม้ใหญ่เหนือป่าทั้งปวง ??
พืชพรรณไม้รุ่นราวคราวเดียวกันต่างล้มหาย ทว่าไม้ต้นนี้ไม่ยอมแก่ โดนยุให้ยืนยงคงกระพัน โดนแหย่ให้ตามล่าฝัน
ฝืนสังขารท้าทายธรรมชาติเบ่งต้นต้านทานลม กางใบสู้ฟ้าฝน เหวี่ยงกิ่งก้านฟาดไม้อื่นให้พ้นๆ ทาง
ทว่าผ่านหลายร้อน หลายฝน หลายหนาวก็ยังไปไม่ถึงฝันสักที วันเวลาล่วงเลยกัดกินเซาะกร่อน ต้นแห้งกรอบ ใบหลุดร่วง ก้านเปราะเปื่อย รากเหี่ยวเฉา
เมื่อความฝันกับความจริง นับวันยิ่งถ่างห่างยากบรรจบ จากความฝันไม้ใหญ่เหนือป่าทั้งปวง ความจริงก็เป็นแค่ไม้แก่ร่วงโรย ไร้กิ่งใบ รอวันหักโค่นผุพัง
เหล่านกกาที่เคยห้อมล้อมเห่อเหิม บรรดาสิงสาราสัตว์ที่เคยมาพึ่งพาอาศัยต่างหลบลี้ หนีหาย ที่ยังหลงเหลืออยู่ก็คือพวกไม่มีที่ไป
นิทานไม้แก่ นก กา เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า
ควรรู้ตัวเอง รู้เวลา รู้ธรรมชาติ
แม้เลี่ยงแก่ไม่ได้ แต่เลือกปลายทางได้ ?!
นายเจ็ดอักษร