นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนทุกหน่วยงาน เพื่อเตรียมรับมือและแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเกิดสถานการณ์หนักที่ จ.เชียงราย กับอีกบางพื้นที่ของภาคเหนือ และกำลังเกิดขึ้นต่อที่ภาคอีสานตอนบน

โดยเฉพาะพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง ไล่ตั้งแต่ จ.หนองคาย ลงไป

จากการประชุมของนายกฯ นำไปสู่การตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม

รวมถึงตั้งศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ โดยมีนายกฯ เป็นประธานกรรมการ

นั่นคือสิ่งที่นายกฯ และรัฐบาลกำลังดำเนินการ เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย และแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ลุล่วงโดยเร็ว

ต้องติดตามดูว่าจะรวดเร็วขนาดไหน รวมถึงการเยียวยาฟื้นฟูหลังน้ำลดก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยปีนี้ แม้จะไม่รุนแรงเท่าเมื่อปี 2554 ซึ่งเชื่อว่าหลายคนประสบมาแล้วคงจดจำกันได้ดี แต่ก็ถือว่าปีนี้หนักหนาสากรรจ์ไม่ใช่น้อย

อย่างที่แม่สายถือว่าหนักสุดในรอบกว่า 80 ปี

ขณะที่ตัวเมืองเชียงรายก็ไม่เคยประสบน้ำท่วมหนักมาก่อนในรอบกว่า 30 ปี

แน่นอนสาเหตุหนึ่งมาจากช่วงปกติของฤดูกาล รวมถึงอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่น

แต่ขณะเดียวกันสาเหตุหนึ่งมันก็มาจากการบริหารจัดการน้ำของประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน

ที่เห็นชัดๆ ก็จีน ที่ควบคุมการไหลของแม่น้ำโขงตอนบน ซึ่งส่งผลต่อพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

นอกจากน้ำโขงล้นตลิ่งแล้ว ยังส่งผลต่อการระบายน้ำของลำน้ำสาขาไม่สะดวกราบรื่น ดังที่เกิดขึ้นที่แม่สาย ตัวเมืองเชียงราย และจังหวัดในภาคอีสานที่ติดกับแม่น้ำโขง

หรือกรณีของเมียนมา ซึ่งมีพื้นที่สายน้ำและแผ่นดินติดต่อกัน ก็มีผลทำให้เกิดน้ำท่วมหนักฝั่งไทย

นอกจากแผนการบริหารจัดการน้ำที่รัฐบาลเคยประกาศว่ากำลังปรับปรุง หรือรื้อฟื้นแผนงานต่างๆ ที่เคยคิดเอาไว้แล้ว การติดต่อประสานงาน หรือแม้กระทั่งการร้องขอไปยังประเทศเหล่านั้น ก็มีความจำเป็นอย่างสูง

รัฐบาลต้องยกระดับเรื่องนี้ด้วย

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน