การแก้ไขรัฐธรรมนูญ “รายมาตรา” ควบคู่ไปกับการแก้ไข “ทั้งฉบับ” นับเป็นเรื่องน้อยครั้งที่พรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาล กับพรรคประชาชนแกนนำฝ่ายค้าน จะมีจุดยืนความเห็นตรงกัน
ก่อนหน้านี้ช่วงปลายก.ค. พรรคก้าวไกลตอนนั้นซึ่งก็คือพรรคประชาชนตอนนี้ ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการลบล้างผลพวงรัฐประหาร 3 ฉบับต่อประธานรัฐสภา เพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา กำหนดเบื้องต้น 25 ก.ย.นี้
ร่างฉบับที่ 1 ยกเลิกมาตรา 279 ในบทเฉพาะกาล มาตราที่ทำให้ประกาศและคำสั่งทุกฉบับของ คสช. และหัวหน้า คสช.ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 2 เพิ่มหมวด 16/1 เรื่องการป้องกันและต่อต้านรัฐประหาร และฉบับที่ 3 ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแผนปฏิรูปประเทศ
พรรคประชาชนยืนยันการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำ 2 ทางคู่ขนาน
เนื่องจากโรดแม็ปของรัฐบาลในการจัดทำใหม่ทั้งฉบับ จะต้องทำประชามติ 3 ครั้ง แต่จนบัดนี้การจัดทำรอบแรกยังไม่เกิด จึงสุ่มเสี่ยงที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ทันใช้ในการเลือกตั้งปี 70
ในการแถลงนโยบายรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยืนยัน รัฐบาลมีเจตนาแน่วแน่ในการเร่งรัดจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็เห็นด้วยที่ระหว่างนี้ควรมีการแก้ไขเป็นรายมาตราควบคู่กันไป
โดยเฉพาะประเด็นเรื่องจริยธรรมความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นเรื่องนามธรรม แต่กลับมีการตีความจนล้นเกิน กระทั่งกลายเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ
นำไปสู่การถอดถอนนายกฯ ออกจากตำแหน่งได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ล่าสุดยังลามไปถึงการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง
พรรคเพื่อไทยเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลยกร่างแก้ไขรายมาตราประเด็นดังกล่าว เพื่อผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ขณะเดียวกันพรรคประชาชนได้ยื่นร่างแก้ไขรายมาตรากลุ่มประเด็นเดียวกัน ต่อประธานรัฐสภาไปก่อนแล้วเช่นกัน
แต่ไม่ว่าอย่างไร ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นนิมิตหมายที่ดี หากสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติเล็งเห็นตรงกันถึงความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดวางอำนาจฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระให้เป็นไปตามหลักสากล
ที่ 3 อำนาจอธิปไตยต้องไม่ล้ำเส้นของกันและกัน
มันฯ มือเสือ