ภายใต้ข้อสันนิษฐานว่าการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับอาจเสร็จไม่ทันการเลือกตั้งปี 2570
ระหว่างนี้พรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาล กับพรรคประชาชนแกนหลักฝ่ายค้าน จึงได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเป็นการเฉพาะหน้า
เพื่อหยุดยั้ง “นิติสงคราม” จากฝ่ายตรงข้ามที่แฝงตัววางกับดักไว้มากมาย จนทำให้การเมืองสะดุด ไม่ว่าการปลดนายกฯ พ้นตำแหน่งแบบไม่สมดุลกับความผิด หรือการยุบพรรคที่เสนอแก้กฎหมายในสภาปกติ
เพื่อไทยเสนอแก้ไขรายมาตราใน 6 ประเด็น พรรคประชาชนเสนอ 4 ร่างแก้ไข
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ทั้งสองพรรคเห็นตรงกันในหลักการคือ การแก้ไขทบทวนข้อกำหนดมาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง
เพื่อไทยเสนอแก้ไขกลุ่มมาตราเกี่ยวกับคุณสมบัติรัฐมนตรี ในเรื่องความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ และไม่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ที่ต้องทำให้มีความชัดเจนขึ้น ไม่ใช่ยกเลิก
พรรคประชาชนนอกจากเสนอทบทวนอำนาจยุบพรรค ด้วยการแก้ไข พ.ร.ป. พรรคการเมือง ยังให้ทบทวนมาตรฐานจริยธรรมที่มีความเป็นนามธรรมสูง และให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญผูกขาดนิยาม
ที่ต้องแก้เพราะขณะนี้ปัญหาจริยธรรมนักการเมืองได้ถูกตีความขยายไปเกินกว่าเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการพัฒนาสถาบันการเมืองและระบอบประชาธิปไตย
สิ่งที่ทั้งสองพรรคยืนยันตรงกันก็คือ การยื่นแก้ไขทบทวนเรื่องคุณสมบัติจริยธรรมเพื่อปรับสมดุลอำนาจการตรวจสอบ ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อความมั่นคงของสถาบันการเมือง
ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของใครหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เพื่อคงระบอบพรรค การเมืองที่เป็นหนึ่งในสถาบันหลักทางการเมือง
เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาลเตรียมจับเข่าหารือ ทำความเข้าใจกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้
พรรคประชาชนเริ่มหารือกับกลุ่มสว. เพื่อขอเสียงสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเชื่อว่า สว.ที่มาจากประชาชนจะเข้าใจระบบการเมือง และตัดสินใจได้อย่างเป็นอิสระ ไม่มีใครมากดปุ่มสั่งการเหมือนชุดที่แล้ว
และถ้าได้เห็นเนื้อหารายละเอียดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ได้พิจารณาฟังเหตุผลและเจตนารมณ์ที่สมาชิกแต่ละคนนำเสนอ ก็มั่นใจว่าจะได้เสียงสนับสนุน 1 ใน 3 หรือ 67 เสียงจาก สว.อย่างแน่นอน
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าทั้งสองพรรคใหญ่ตั้งความหวังกับพรรคร่วม และ สว.ไว้สูงเกินไปหรือไม่
มันฯ มือเสือ