นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ตอบข้อซักถามถึงเหตุการณ์คาร์บอมบ์บริเวณหน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ นราธิวาส

โดยยอมรับว่าเป็นไปได้ที่จะเชื่อมโยงกับคดีสลายม็อบตากใบ เหตุรุนแรงใหญ่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

พร้อมให้เหตุผลว่า เพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของทุกส่วน และคดีจะหมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค.2567

“เรื่องนี้ต้องให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาพิสูจน์ในชั้นศาล ส่วนตัวก็อยากให้ทุกอย่างจบในศาล เพื่อให้สิ้นสุด แต่ก็ไม่ทราบว่าแต่ละคนมีเหตุผลอะไร เจ็บป่วยหรืออะไรก็ตาม

แต่คิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เข้ามา ส่วนเราจะทำอะไรได้มากแค่ไหน ก็ไม่อาจไปละเมิดส่วนบุคคลได้ แต่ก็พยายามสืบหาเพื่อส่งข่าว ตอนนี้ก็ส่งข่าวไปว่าถ้าเป็นไปได้ก็มาทำให้มันจบ” รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงกล่าว

เป็นที่น่าสังเกตในช่วงปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุรุนแรงชายแดนภาคใต้บ่อยขึ้น

เริ่มจากวันที่ 21 ก.ย. คนร้ายบุกที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา นราธิวาส จับมัดเจ้าหน้าที่ วางเพลิงอาคาร บ้านพัก ก่อนปล้นชิงอาวุธปืนนับสิบกระบอก

แต่โชคดีที่คนร้ายมุ่งหวังทำลายสถานที่ ปล้นชิงปืน ไม่มุ่งเอาชีวิต

ถัดมา 26 ก.ย. เกิดเหตุระเบิดทหารพรานที่ระแงะ นราธิวาส บาดเจ็บ 8 นาย ต่อเนื่องวันที่ 27 ก.ย. วางระเบิดรถบัสตชด.ที่สายบุรี ปัตตานี บาดเจ็บ 4 นาย

กระทั่งกรณีล่าสุด คาร์บอมบ์หน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ

นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาฯ สมช. ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้ มองว่าที่เกิดเหตุถี่ช่วงนี้ เพื่อเป็นการดำรงความต่อเนื่องในพื้นที่ก่อเหตุ ให้รู้ว่ายังมีตัวตนอยู่ และยังต้องการขับเคลื่อนเป้าหมายบางอย่างอยู่

ที่น่าสนใจคือเหตุปล้นปืนที่ฮาลา-บาลา นายฉัตรชัยบอกว่ามีชุดข้อมูลที่ระบุถึงความเป็นไปได้ที่เกี่ยวข้องกับ “คนใน” เป็นคนชี้เป้าให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อเหตุ จะต้องเร่งตรวจสอบโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมปัญหาไฟใต้นั้น นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว

ฝ่ายรัฐต้องเร่งปลดชนวน ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ความไม่พอใจในพื้นที่ และอำนวยความยุติธรรมให้ได้

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน