กระทรวงคมนาคม โดยนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม เรียกประชุมด่วน หลังเกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้รถบัสนักเรียน จนมีผู้เสียชีวิต 23 ราย เพื่อป้องไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก

พร้อมสั่งการกรมการขนส่งทางบก ให้เรียกรถทั้งหมดที่ใช้แก๊สจำนวน 13,400 คันมาตรวจสอบสภาพ หากไม่ผ่านจะยกเลิกไม่ให้ประกอบการออกมาวิ่งรับจ้าง

ขณะที่รถ 30 ซึ่งเป็นรถร่วมไม่ประจำทาง ไม่เหมือนรถบขส.ที่ต้องตรวจสอบตามระยะ จึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าอีก

เนื่องจากรถ 30 นั้น ส่วนใหญ่กระจายตัวตามจังหวัด จะให้เข้ามาตรวจทั้งหมด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน

รวมทั้งให้พิจารณาเพิ่มกฎหมายให้รถ 30 ต้องมีพนักงานท้ายรถด้วย ซึ่งปัจจุบันไม่มีกฎหมายกำหนด

เป็นที่น่าสังเกตว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ผู้โดยสารซึ่งเป็นเด็กเล็กไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีความรู้เพื่อหนีเอาตัวรอด

จึงจะออกมาตรการโดยขอความร่วมมือสถานศึกษา ให้ผู้ใช้บริการรถ 30 โดยเฉพาะหากเป็นนักเรียน ก่อนออกเดินทางต้องตรวจร่วมกับขนส่งจังหวัด เรื่องมาตรฐานความปลอดภัย

หลังจากนี้จะให้ดูเรื่องกฎหมาย เรื่องอายุการใช้งานรถ รวมถึงอุปกรณ์สนับสนุนความปลอดภัยต่างๆ

นายสุรพงษ์ย้ำด้วยว่า หลังจากนี้ รถโดยสารสาธารณะทุกคัน ต้องมาตรวจสอบมาตรฐานทั้งหมด โดยเฉพาะรถ 30 ต้องเพิ่มพนักงานท้ายรถ มีใบรับรองเผชิญเหตุต่างๆ

ก่อนรถออกเดินทางต้องมีการสาธิตการเผชิญเหตุ ทั้งคนและรูปแบบวิดีโอเหมือนสายการบิน ซึ่งยังไม่มีข้อบังคับ

ขณะนี้รถโดยสารที่ให้บริการมีทั้งหมด 13,426 คัน เป็นรถประจำทาง 10,491 คัน และรถโดยสารไม่ประจำทาง หรือรถ 30 จำนวน 2,935 คัน

เป็นที่น่าสังเกตว่ารถบัสรถทัวร์รับจ้าง มักติดตั้งถังแก๊สเป็นพลังงานเชื้อเพลิง จะต้องตรวจสอบทั้งถังและระบบการจ่ายเชื้อเพลิงว่ามีมาตรฐาน เป็นที่มั่นใจในความปลอดภัยหรือไม่

ที่ผ่านมา ระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ มีอยู่ จึงขอเรียกร้องเข้มงวดมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย!!!

เภรี กุลาธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน