มีผลสะท้อนที่น่าสนใจต่อนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการแจกเงินสด 1 หมื่นบาท ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคม ตามโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต

ตลอดจนคะแนนความนิยมที่มีต่อ “พรรคเพื่อไทย” แกนนำหลักพรรคร่วมรัฐบาล

โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดผลสำรวจของประชาชนเรื่องรับเงินสด 1 หมื่นบาท

หนึ่งในคำถามเกี่ยวกับการสนับสนุนรัฐบาลของผู้ที่ได้รับเงิน 1 หมื่นบาท ไม่ว่าจะเป็นตนเอง และ/หรือคนในครอบครัวได้รับประโยชน์จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 พบว่าตัวอย่างร้อยละ 34.35 ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร

รองลงมาร้อยละ 30.31 ระบุว่ามีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล

อีกร้อยละ 20.38 ระบุว่าจะมีหรือไม่มีโครงการ ก็สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว

สรุปภาพรวมจากนิด้าโพล ถือว่าการแจกเงิน 1 หมื่นบาท มีผลต่อคะแนนนิยมรัฐบาล

อีกผลสำรวจน่าสนในจาก “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับเงินแล้ว

โดยร้อยละ 57.75 มองว่านโยบายแจกเงินช่วยบรรเทาภาระทางการเงินได้มาก

ร้อยละ 53.61 บอกว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้พอสมควร

ส่งผลให้ค่อนข้างเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ร้อยละ 50.65

อยากให้รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือประชาชนเพิ่ม คือการเพิ่มเงินเดือน ค่าจ้าง สร้างงาน สร้างอาชีพ ร้อยละ 31.70

สุดท้ายคือจากนโยบายแจกเงิน ทำให้รู้สึกชื่นชอบพรรคเพื่อไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.70

จากผลโพลดังกล่าว ประธานสวนดุสิตโพลระบุว่าผลสำรวจชี้ว่าการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ช่วยบรรเทาภาระทางการเงินได้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง โดยเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ซื้อของกินของใช้ที่จำเป็น และชำระหนี้สิน

“แม้จะเห็นว่านโยบายนี้ช่วยเศรษฐกิจ และเพิ่มความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลเพื่อไทย แต่ประชาชนยังคงต้องการการเพิ่มค่าจ้าง การจ้างงาน และสร้างอาชีพ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริงได้” ประธานสวนดุสิตโพลระบุ

แม้เรตติ้งพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจะดีขึ้น แต่ยังมีการบ้านต้องทำต่อ ทำอย่างไรจะเพิ่มรายได้ และโอกาสทางอาชีพของประชาชน

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน