ระเด็นลดจำนวนครั้งทำประชามติจาก 3 เหลือ 2 ครั้ง ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง

หลังปัจจุบันการพิจารณาร่างพ.ร.บ. ประชามติ ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากความเห็นต่างกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา ในเรื่องเกณฑ์การผ่านประชามติว่าต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ชั้นเดียว หรือสองชั้น

จนทำให้ประชามติรอบแรกยากที่จะเกิดขึ้นพร้อมการเลือกตั้งท้องถิ่นก.พ.68

ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่

ทำให้รัฐธรรมนูญใหม่เกิดขึ้นไม่ทันในรัฐบาลนี้ และไม่ทันเลือกตั้งปี 70

ด้วยสภาพแนวโน้มดังกล่าว จึงมีการพูดกันถึงทางออกคือ การลดจำนวนครั้งการทำประชามติลง

ซึ่งนอกจากพรรคประชาชนที่พยายามผลักดันมาตลอดตั้งแต่สมัยเป็น พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยก็เล็งทางออกนี้ไว้เช่นกัน โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยอมรับว่าเป็นไปได้

เพราะคำวินิจฉัยส่วนตนของศาลรัฐธรรมนูญมี 6 เสียงที่บอกว่าทำประชามติ 2 ครั้งก็พอ แต่สภาไม่กล้าฟันธง กลัวเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงต้องปรึกษาหารือกับหลายฝ่าย ว่าสุดท้ายควรเป็นอย่างไร

ขณะที่พรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ มองว่า การลดจำนวนครั้งการทำประชามติเหลือ 2 ครั้ง เป็นทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้ ที่จะช่วยให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ก่อนเลือกตั้งปี 70

ขั้นตอนแรกคือ การให้รัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการมีส.ส.ร.มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1

ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายและ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

แต่เพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมกับทุกฝ่าย นายพริษฐ์ ในฐานะประธานกมธ.พัฒนาการเมืองฯ เตรียมขอเข้าพบ 3 บุคคลสำคัญ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ก็ต้องรอดูว่าจะได้รับการตอบสนองจากบุคคลเป้าหมายมากน้อยขนาดไหน

ถึงกระนั้นสังคมก็ยังคาดหวังหนทางที่ราบรื่นกว่า หากกฎหมายประชามติเสร็จเร็ว โดยกรรมาธิการสส.-สว.ยอมถอยคนละก้าว เช่น ให้ใช้เกณฑ์ผ่านประชามติแบบสองชั้น แต่ชั้นแรกให้ใช้เสียงเพียง 1 ใน 5 หรือร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติ

หากเป็นเช่นนี้จะทำให้จัดทำประชามติได้เร็ว ไม่เสียเวลาติดล็อก 180 วัน และมีแนวโน้มที่จะได้รัฐธรรมนูญใหม่ทันเลือกตั้งปี 70

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน