ภายหลังวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารการพิจารณาคำร้องของ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49

กล่าวอ้างว่า นายทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ร่วมกันกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ

โดยศาลฯ มีหนังสือแจ้งอัยการสูงสุด เพื่อขอทราบว่าได้ดำเนินการตามคำร้องไปแล้วอย่างไร รวบรวมพยานหลักฐานได้เพียงใด

ล่าสุด 11 พ.ย. อัยการสูงสุดได้ลงนามตอบถ้อยคำต่อศาลฯ เรียบร้อยเเล้ว เป็นรายละเอียดการสอบถ้อยคำ ทั้งทางฝั่งผู้ร้องเเละผู้ถูกร้อง โดยในส่วนผู้ถูกร้องนั้นไม่ได้มีการสอบถ้อยคำนายทักษิณเเต่อย่างใด

ขั้นตอนจากนี้ เดิมศาลรัฐธรรมนูญจะหยิบยกคำร้องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาในการประชุมทุกวันพุธในวันที่ 13 พ.ย. แต่เนื่องจากตุลาการฯ ติดภารกิจต่างประเทศ รวมถึงวันพุธที่ 20 พ.ย.

ดังนั้นจึงมีความเห็นว่าจะพิจารณา “รับ-ไม่รับ” คำร้องดังกล่าวในวันที่ 22 พ.ย.

ทบทวนคำร้อง 6 ประเด็นของนายธีรยุทธ ประกอบด้วย กรณีชั้น 14 ร.พ.ตำรวจ กรณีสั่งการเอื้อประโยชน์สมเด็จฮุนเซนแห่งกัมพูชาในการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล กรณีร่วมมือพรรคประชาชนแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กรณีเปิดบ้านจันทร์ส่องหล้าหารือแกนนำพรรคร่วมเสนอตั้งนายกฯ คนใหม่แทนนายเศรษฐา ทวีสิน กรณีสั่งการขับพรรคพลังประชารัฐออกจากรัฐบาล และกรณีแสดงวิสัยทัศน์ครอบงำสั่งการจัดทำนโยบายรัฐบาล

ในคำร้องยังขอให้ศาลฯ สั่ง “ทักษิณ” เลิกใช้พรรคเพื่อไทยเป็นเครื่องมือกระทำการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ ให้เลิกกระทำการเป็นเจ้าของ ครอบครอง ครอบงำ และสั่งการพรรคเพื่อไทย

ขณะเดียวกันให้พรรคเพื่อไทยเลิกยินยอมให้ “ทักษิณ” ใช้เป็นเครื่องมือควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งการรัฐบาลดำเนินการตามความต้องการ

ซึ่งหมากเกมนี้ของนายธีรยุทธเป็นวิธีการเดียวกับที่เคยใช้ได้ผลกับ “พิธา” และพรรคก้าวไกลมาแล้ว คือการยื่นร้องแบบสองขยัก

ขยักแรก ให้ศาลฯ สั่งยกเลิกการกระทำ ขยักที่สอง นำคำสั่งศาลในขยักแรก ขยายผลยื่นต่อ กกต. ส่งผ่านคำร้องกลับไปยังศาลฯ สั่ง “ยุบพรรค” ในที่สุด

เกมนิติสงครามนี้ เพื่อไทยจะซ้ำรอยก้าวไกลหรือไม่ น่าจะเห็นเค้าลางวันที่ 22 พ.ย.

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน