สถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมรุนแรงหลายจังหวัดภาคใต้ขณะนี้ มีประชาชนได้รับผลกระทบแล้วมากกว่า 5 แสนครัวเรือนและมีผู้เสียชีวิตหลายราย
ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดการณ์พร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์ฝนหนัก ท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากจะยัง ต่อเนื่องไปถึงวันที่ 5 ธ.ค.
ก็เป็นประจำทุกปีช่วงนี้ เมื่อเข้าสู่ ฤดูหนาวของประเทศ ส่วนที่ภาคใต้ ซึ่งไม่มีฤดูหนาว แต่จะได้รับผลกระทบจากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนผ่าน ส่งผลฝนตกหนัก
เชื่อว่าประชาชนภาคใต้ย่อมทราบถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเหล่านี้เป็นอย่างดี
สำหรับรัฐบาลแล้วย่อมหลีกเลี่ยงต่อความรับผิดชอบในการรับมือกับสถานการณ์ การช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านในพื้นที่
ที่ผ่านมากรณีน้ำท่วมภาคเหนือที่เชียงใหม่และเชียงราย ก็ถือว่ารัฐบาลตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ฉับไว
แน่นอนภัยธรรมชาติ เรื่องดินฟ้าอากาศไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำเป๊ะ
แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว รัฐบาลตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในการดูแลประชาชน จะทำอย่างไรเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว บรรเทาหนักเป็นเบา ฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว และช่วยเหลือเยียวยาความเป็นอยู่ผู้ประสบภัย
กรณีน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ ก็นับว่ารัฐบาลฉับไวที่จะเข้าไปแก้วิกฤต และช่วยเหลือประชาชน
ดังจะเห็นได้จากการตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าในพื้นที่เหมือนกรณีน้ำท่วม ภาคเหนือ ส่งรัฐมนตรีเข้าไปสั่งการ อำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้แก้ปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
นอกจากระดมเจ้าหน้าที่แล้ว ยังสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม และเงินเยียวยาด้านต่างๆ
การบริหารสถานการณ์อย่างนี้ นับว่าเป็นจุดแข็งของพรรคเพื่อไทย แกนนำรัฐบาล
พิสูจน์มาให้เห็นแล้วตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย เมื่อครั้งนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ต้องเผชิญกับวิกฤตคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2547 จะครบรอบ 20 ปีอีกไม่กี่วัน
เชื่อว่าหลายคนคงจำได้ดี ได้รับ เสียงคะแนนนิยมและเสียงชื่นชมไปทั่วขนาดไหน
กรณีน้ำท่วมใต้ปีนี้ ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยคลี่คลายวิกฤต บรรเทาความสูญเสียให้น้อยที่สุด ฟื้นคืนชีวิตผู้ประสบภัยให้กลับสู่ปกติโดยเร็ว
ก็เชื่อว่าจะได้รับเสียงชื่นชมเช่นกัน โดยเฉพาะจากชาวภาคใต้
ข้าวตอกแตก