ขณะนี้หลายพื้นที่ประเทศไทยหนาวเย็น เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงแผ่ลงมาปกคลุม
โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูนั้น อากาศหนาวถึงหนาวจัด มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบทางสุขภาพ
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ว่าอากาศหนาวเย็นในประเทศไทยจะมีต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์
ภัยจากสภาพอากาศที่หนาวจัด อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส และลดลงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
แม้ขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ใดประกาศเป็นเขตประสบภัยหนาวก็ตาม
แต่มีพื้นที่เฝ้าระวัง ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้แก่ ทุกจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางส่วน
น่ายินดีที่หน่วยงานสาธารณสุขกำลังเฝ้าระวังและติดตาม พร้อมแจ้งเตือนและสื่อสารให้ประชาชนดูแลป้องกันสุขภาพตนเองเบื้องต้น
สำหรับโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากภัยหนาว 4 กลุ่ม ได้แก่
โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ ติดต่อจากการไอจามรดกัน หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อ จะมีอาการไข้ ไอแห้งๆ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ เจ็บคอ และโรคปอดอักเสบ
สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราบางชนิดที่ถุงลมปอด จากการหายใจหรือสัมผัสละอองฝอยน้ำมูกน้ำลายที่ปนเปื้อนเชื้อ จะมีอาการไข้ ไอ หายใจหอบเหนื่อย ซึ่งมักเป็นเฉียบพลัน
อาการแบบนี้พบได้ทุกกลุ่มอายุ แต่อาการจะรุนแรงในผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องและมีโรคประจำตัว
โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคท้องร่วง เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนของเชื้อโรค มีอาการถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไปใน 1 วัน อาจมีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วย
นอกจากนี้ ยังมีโรคติดต่อช่วงฤดูหนาว ได้แก่ โรคหัด และโรคมือ เท้า ปาก
โดยโรคหัดเกิดจากการหายใจเอาละอองอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสจากการไอ จามของผู้ป่วย หรือพูดคุยกันในระยะใกล้ หากป่วยอาการจะคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา แต่จะมีไข้สูง ตาแดงและแฉะ มีผื่นนูนแดงขึ้นติดกันเป็นปื้นๆ
ภัยสุขภาพหรือการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากอากาศหนาว ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เพราะไม่มีเครื่องนุ่งห่มหรือผ้าห่มกันหนาวที่เพียงพอ และมีประวัติการดื่มสุราเป็นประจำ
ดังนั้น จึงต้องระมัดระวังและหมั่นดูแลสุขภาพตนเองให้ดีเสียก่อน!!
เภรี กุลาธรรม