ในงานสัมมนา “Matichon Leadership Forum 2025 Trust Thailand : เชื่อมั่นประเทศไทย” ที่มติชนจัดขึ้น
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมบรรยายพิเศษโดยชี้ว่า เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยขณะนี้ ยังมั่นคงเพียงพอที่จะต้านทานภาวะความผันผวนในโลก
โดยเฉพาะการขึ้นมาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แม้ไทยยังมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ แต่ต้องเตรียมการพูดคุยเจรจาด้วย
แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2568 คาดจะขยายตัวค่ากลางที่ 2.8% ต่อปี (2.3%-3.3%) เหตุที่ยังไม่ถึง 3% เนื่องจากรวมความเสี่ยงไว้ ในกรณีครึ่งปีหลังผันผวนแรง
ยืนยันภาครัฐเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ สภาพัฒน์เองก็ได้หารือกับแบงก์ชาติและนำเสนอนายกรัฐมนตรีเป็นระยะ
อีกทั้งรัฐบาลก็ได้หารือกับภาคเอกชนด้วยเช่นกัน แต่การเจรจาจะพูดออกสาธารณะไม่ได้
ปัจจัยสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ ประกอบด้วย การเพิ่มขึ้นของแรงสนับสนุนจากรายจ่ายภาครัฐโดยเฉพาะรายจ่ายลงทุน การขยายตัวของอุปสงค์ภาคเอกชนในประเทศ
การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการส่งออกสินค้าในประเทศ
ก่อนหน้านี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงกรณีสภาพัฒน์ประมาณการตัวเลขจีดีพีปีนี้ โตต่ำกว่า 3% หากเทียบประเทศในอาเซียน ไทยโตรั้งท้ายสุดว่าหากย้อนไป 10 ปีก่อนก็ตกเฉลี่ยประมาณ 2 จุดปลายๆ ทุกปี เเต่การเติบโตจริงไม่เคยถึง 2% เฉลี่ยประมาณ 1.9 %
แต่ปีที่ผ่านมา การทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันทำได้เกินกว่าเป้าหมายสามารถไปแตะ 2 ปลายๆ ได้ เกินกว่าเป้าหมายในระดับหนึ่ง
ปีนี้ยังมีกลไกอยู่ในสต๊อก โดยเฉพาะดิจิทัลวอลเล็ตเฟสต่อไป รวมถึงสิ่งที่ทำมาแล้วและกลไก easy e-receipt จะเป็นตัวขับเคลื่อนทั้งสิ้น
กระทรวงการคลังมั่นใจในไตรมาสที่ 3 จะเติบโตได้อีก ซึ่งอนุกรรมการขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจได้ลงลึกรายละเอียดว่ากลไกที่จะใช้มี 3-5 อย่างจะทำให้เพิ่มได้ ตั้งเป้าว่าจะผลักดันให้ถึง 3-3.5 สูงกว่าประมาณการของสภาพัฒน์
ดังนั้นจึงอยู่ที่ฝีมือและความร่วมแรงร่วมใจของหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน!!!
เภรี กุลาธรรม