จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในไทย เมื่อบ่ายวันที่ 28 มี.ค. 2568

รัฐบาลโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ประกาศยกระดับเป็นภัยขนาดใหญ่ พร้อมตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์

นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เปิดแถลงด่วนวันเกิดเหตุ ก่อนเช้าวันรุ่งขึ้นจะเรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีข้อสั่งการครอบคลุม 6 ประเด็น

การบริหารสถานการณ์ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ทำหน้าที่อำนวยการสั่งการทั่วประเทศ หน้างานเป็นหน้าที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ

การแจ้งเตือนประชาชน ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กสทช. ปภ. พัฒนาระบบเซลล์บรอดแคสต์ ให้มีประสิทธิภาพความสามารถในการส่งข้อความให้เร็ว

การคมนาคม การจราจร ให้กระทรวงคมนาคม หน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุ มีระบบแจ้งเตือนการปิดเส้นทาง ทางเลี่ยง ทางเลือก ว่าประชาชนสามารถเดินทางได้ด้วยเส้นทางใด

ให้ ปภ.ร่วมกับกระทรวงคมนาคม การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง ดูเรื่องของเครนที่ยังตกค้างบนอาคารสูง บริเวณทางลงด่วนดินแดง เพื่อวางแผนเคลียร์พื้นที่ เปิดเส้นทางบนทางด่วน

การตรวจสอบอาคาร มอบหมายให้กรมโยธาฯ ร่วมกับ กทม. สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอาคารที่พังถล่มลงมา ว่าเกิดจากสาเหตุใด และให้รายงานนายกฯ ทราบภายใน 1 สัปดาห์

การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ให้กระทรวงการต่างประเทศสื่อสารภาคภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

การเยียวยาผู้ประสบภัย ปภ.ประสานกรมบัญชีกลาง ขยายวงเงินทดรองราชการในเรื่องของสาธารณภัย ซึ่งอธิบดีกรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินเป็น 200 ล้านบาท ในการเยียวยาประชาชนโดยเร็ว

เหตุการณ์วันที่ 28 มี.ค. 2568 เป็นครั้งแรกที่ประชาชนโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ มีประสบการณ์เผชิญภัยแผ่นดินไหวร่วมกันแบบจริงจัง

ครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบประเทศเราหลายด้าน ไม่เฉพาะความแข็งแกร่งของอาคารสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังเป็นบททดสอบวิธีบริหารจัดการของภาครัฐ กับสถานการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในระดับที่บ้านเราไม่เคยเจอมาก่อน

เป็นบททดสอบเพื่อเรียนรู้และพัฒนาร่วมกันของประชาชนและภาครัฐ ในการเผชิญกับภัยพิบัติแบบนี้ในครั้งต่อๆ ไป

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน