เหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม อันเนื่องจากผลกระทบของแผ่นดินไหว มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายจำนวนมาก สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง
ในทางคดีนั้น พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวของกรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย เพราะมูลความผิดหลายประเด็นเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ
ล่าสุด พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ใช้อำนาจอธิบดี รับคดีนอมินี บจก.ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 บริษัทผู้ก่อสร้างที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ ความสูง 30 ชั้นเป็นคดีพิเศษที่ 32/2568 แล้ว
พร้อมกับเซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 36 คน
มี ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน, พ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ เป็นรองหัวหน้าคณะ และ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค เป็นรองหัวหน้าคณะ
อนุมัติให้สอบสวนกรณีจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้ที่อาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 7 และมาตรา 8
นอกจากนี้ อาจมีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 และมาตรา 37 เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง ของพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
โดยให้มีอำนาจหน้าที่ร่วมกันดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม และบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
จากนี้ไป คณะพนักงานสอบสวนจะขยายผล ตรวจสอบ เรียกเอกสาร หลักฐานพยานการประกอบธุรกิจของบริษัทนี้ รวมถึงบริษัทเครือข่ายทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นมี 13 บริษัท
รวมถึงเรียกผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ ซึ่งไม่เฉพาะบุคคลต่างด้าวเท่านั้น
แต่มีคนไทยอยู่ด้วย ส่วนจะเป็นใครบ้างนั้น ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและเกาะติด!!
เภรี กุลาธรรม