การเมืองยังวนอยู่กับกระแสปรับ ครม. โพลสำนักใหญ่หยิบจับเอาไปเป็นหัวข้อสอบถามประชาชน ผลปรากฏ ร้อยละ 48.24 ระบุ จำเป็นต้องปรับโดยเร็วที่สุด รองลงมาร้อยละ 16.18 ระบุ ไม่จำเป็นต้องปรับ
ภายใต้วังวนนี้ นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ยืนยันหลังประชุมครม. อังคารที่ผ่านมาว่า พร้อมรับฟังทุกฝ่ายไม่ว่าผลโพลหรือประชาชน ก็จะนำไปคิด แต่ตอนนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
ส่วนกระแสข่าวการปรับพรรคภูมิใจไทยออกและนำพรรคพลังประชารัฐมาร่วมแทน นายกฯ ปฏิเสธว่า ยังไม่มีอย่างนั้น ย้ำตอนนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม และหากเป็นไปได้ ก็อยากให้พรรคร่วมเป็นแบบนี้ ไปจนหมดวาระของรัฐบาล
นายกฯ กล่าวด้วยว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ถือว่ามีความสามัคคี เวลามอบนโยบายทุกคนก็ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็เข้าใจในหลายกระทรวงบางทีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดไว้ บางนโยบายก็อาจมีขรุขระบ้าง ก็เข้าใจได้
จากคำให้สัมภาษณ์ของนายกฯ สอดรับกับบรรดารัฐมนตรีแกนนำพรรคร่วม ที่ยืนยันว่า ยังไม่มีแกนนำพรรคร่วมคนใดได้รับสัญญาณปรับ ครม.จากนายกฯ
ไม่ว่าการปรับเอาพรรคภูมิใจไทยออก หรือการปรับเกลี่ยโควตารัฐมนตรีกันใหม่ โดยเฉพาะเก้าอี้ “มท.1” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีข่าวลือว่าพรรคกล้าธรรม กำลังจ้องมองตาเป็นมัน
แต่ก็ลือกันได้ไม่กี่วัน ดร.แหม่ม-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ก็ออกมาปฏิเสธข่าวนี้อย่างเด็ดขาด
“ไม่มี เรื่องดังกล่าวจะยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งของพรรคร่วม กระทรวงมหาดไทยอยู่ภายใต้กำกับดูแลของนายอนุทิน พอมาบอกว่าพรรคเราจะเข้าไป ก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลกันเปล่าๆ”
นางนฤมล พูดชัดว่า พรรคกล้าธรรมไม่เคยมีแนวคิดจะเอาสัดส่วนของพรรคอื่น และจากที่หารือกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เห็นตรงกันว่า ยังพอใจในตำแหน่งและสัดส่วนเดิม ยังไม่มีความคิดจะขยับไปตรงไหน
แต่ไม่ว่านายกฯ หรือรัฐมนตรีคนใดจะออกมาปฏิเสธปากเปียกปากแฉะแค่ไหน ประเด็นที่นักวิเคราะห์การเมืองคาดการณ์กันไว้ก็คือ
ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 3 ก.ค. โดยเฉพาะช่วงหลัง 28-30 พ.ค. ซึ่งสภาจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 69 วาระแรก
ถ้า “ครม.แพทองธาร2” มีจริง ก็คงได้เห็นสัญญาณในตอนนั้น
มันฯ มือเสือ