คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เดิมนั้นเงินก้อนนี้ เตรียมไว้ใช้จ่ายในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 กลุ่มวัยทีน อายุระหว่าง 16-20 ปี
แต่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องทบทวนกันใหม่ และเห็นว่าต้องพักดิจิทัลวอลเล็ตไว้ก่อน
เพราะมีสถานการณ์แทรก ได้แก่กำแพงภาษีที่สหรัฐตั้งไว้สำหรับประเทศที่ได้ดุลการค้าเกิน ประเทศไทยที่ถูกจัดวางเก็บภาษี 36 เปอร์เซ็นต์สำหรับสินค้าที่ส่งเข้าไปขายในอเมริกา
ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการเจรจาอย่างเป็นทางการ ด้วยข้อเสนอ 5 ประการ ที่สหรัฐระบุว่าเป็นข้อเสนอที่ดี มีความพึงพอใจ
สำหรับงบประมาณจำนวน 1.57 แสนล้าน ที่จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่ใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน
ด้านน้ำ ป้องกันอุทกภัย และกักเก็บน้ำไว้สำหรับฤดูแล้ง กระจายน้ำไปยังชุมชน และพื้นที่ต่างๆ ผลิตเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรในพื้นที่ และพัฒนาปรับปรุงระบบประปา
ด้านคมนาคม แก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ที่เป็นคอขวด และขาดความเชื่อมโยง เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง ปรับปรุงพัฒนาถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิต
พัฒนาภาคการท่องเที่ยว ปรับปรุงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง
ลดผลกระทบภาคการส่งออก เพิ่มผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร เพิ่มผลิตภาพทางการเกษตร สนับสนุนให้เกษตรกร และผู้ประกอบการ SMEs ใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ปรับเปลี่ยนพื้นที่การเพาะปลูกให้เหมาะสม
โครงการเกี่ยวกับเศรษฐกิจชุมชน เช่น SML สนับสนุนงบประมาณแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อเป็นแหล่งเงินให้ประชาชนในพื้นที่
พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และอื่นๆ พัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาชุมชนที่เป็นความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ โครงการการพัฒนาทุนมนุษย์ด้านการศึกษา
ส่วนโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น รัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้ยกเลิก พร้อมจะนำมาใช้ในช่วงที่เหมาะสม ซึ่งต้องติดตามว่าจะเป็นช่วงใด!!
เภรี กุลาธรรม