การเมืองสัปดาห์นี้โฟกัสไปที่การประชุมสภาสมัยวิสามัญ 28-31 พ.ค.
ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร วาระหลักคือการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2569 วงเงิน 3.7 ล้านล้าน
ขีดกรอบเวลาอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 20 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง และประธาน 1 ชั่วโมง
พรรคแกนนำฝ่ายค้านพึ่งพาจังหวะพรรคร่วมรัฐบาลเกิดปัญหากระทบกระทั่งกันภายใน
จัดเตรียมทีมขุนพลสีส้ม 40-50 รอชำแหละ ล็อกเป้าลงลึกรายละเอียดงบฯ ทุกกระทรวงโหมโรงรับประกันอภิปรายรอบนี้ดุเดือดแน่นอน
ฟากฝั่งวุฒิสภา จับตาที่วาระตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
ประกอบด้วย กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 1 คน ศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน และอัยการสูงสุด 1 คน กับวาระให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 3 คน
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวคัดค้านของ สว.เสียงข้างน้อย ที่เห็นว่าไม่เหมาะสมและไม่สมควรอย่างยิ่งเนื่องจาก สว.เสียงส่วนใหญ่ครึ่งค่อนสภาอยู่ระหว่างถูกตรวจสอบคดีฮั้วเลือกสว. ทั้งจาก กกต.และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ
หลักใหญ่ใจความในการคัดค้านเนื่องจากรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี 40 เป็นต้นมา จนถึงฉบับปี 50 และปี 60 ออกแบบกระบวนการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ให้เป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระ ที่จะต้องไม่อยู่ภายใต้อาณัติสัญญาณของการเมืองฝ่ายใด
ฉะนั้น การให้ สว.เสียงส่วนใหญ่ ซึ่ง ถูกกล่าวหาเป็นคนของพรรคการเมือง เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรอิสระ โดยเฉพาะ กกต. ซึ่งเป็นคู่กรณีโดยตรง
จึงอาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน
สว.เสียงข้างน้อยยื่นเรื่องผ่านไปยังประธานวุฒิสภา เสนอญัตติให้ชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ นี้ไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำตัดสินคดีฮั้วเลือก สว.
ก็ต้องดูว่าประธานวุฒิสภาจะตัดสินใจอย่างไร บรรจุหรือไม่บรรจุญัตติดังกล่าว
ถ้าไม่บรรจุ สว.เสียงข้างน้อยก็จะใช้วิธีเสนอเป็นญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อให้ ที่ประชุมวุฒิสภาตัดสินว่าจะเดินหน้าต่อ หรือยอมถอย ผลจะออกมาอย่างไร ต้องจับตารอลุ้นหน้างาน
สรุปว่าประชุมสมัยวิสามัญรอบนี้ อุณหภูมิน่าจะเดือดทั้งสองสภา
มันฯ มือเสือ