ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ประกาศผลการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาหรือทีแคสปี 2568 รอบ 3 แล้ว มีนักศึกษาเข้าศึกษาเต็มจำนวนที่เปิดรับทุกแห่ง
ขณะนี้จึงมีความเป็นห่วงมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเอกชน จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีผู้เข้าศึกษาน้อยลงเรื่อยๆ
นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ยอมรับว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏขนาดเล็ก และมหาวิทยาลัยเอกชนบางส่วน ที่เน้นเปิดสอนด้านสังคมศาสตร์ กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการรับนักศึกษาผ่านระบบทีแคส
ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยราชภัฏมีแนวโน้มแย่งเด็กกันรุนแรงมาหลายปีแล้ว แต่ปีนี้ยิ่งรุนแรงหนักขึ้น ซึ่งหลายแห่งก็เริ่มปรับตัว
สำหรับมหาวิทยาลัยที่รับเด็กได้น้อยเข้าขั้นวิกฤตส่วนใหญ่จะเป็นมรภ.เล็กๆ กลุ่มภาคตะวันออก แต่ยังไม่ถึงขั้นปิดตัว เพราะถือเป็นส่วนราชการ
ดังนั้นจึงต้องปรับตัว อาทิ ทำวิจัย ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากขึ้น โดยที่ผ่านมาเคยพูดถึงแนวทางแก้ปัญหา โดยการควบรวมมหาวิทยาลัย แต่เป็นไปได้ยากและไม่ใช่เรื่องง่ายในทางบริหาร
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏรวมทั้งสิ้น 40 แห่ง ภาคใต้ 5 จังหวัด ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 9 จังหวัด กลุ่มรัตนโกสินทร์หรือกรุงเทพมหานคร 6 แห่ง ภาคเหนือ 8 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด
ต้นกำเนิดมหาวิทยาลัยราชภัฏมาจากสถาบันฝึกหัดครู เป็นโรงเรียนสร้างครูเพื่อป้อนให้โรงเรียนต่างๆ เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่มีคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ที่มีอยู่ขณะนั้นผลิตครูได้ไม่เพียงพอ
ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันราชภัฏและมหาวิทยาลัยราชภัฏ ผลิตบัณฑิตสาขาต่างๆ ที่เป็นสหวิทยาการอื่นๆ นอกเหนือจากครูด้วย
ดังวิกฤตที่เริ่มเห็นนี้ เห็นทีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาด้านการศึกษาขั้นสูง, วิทยาศาสตร์, การวิจัย และนวัตกรรมของประเทศ
จะต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงโดยเร่งด่วน
บูรณาการการรับนักศึกษาให้เป็นระบบ สอดคล้องกัน ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏด้วย
เภรี กุลาธรรม