“ยืนยันว่าไม่มีการปลด พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เราไปปลดท่านทำไมเพราะท่านทำงานตามหน้าที่ ทำดีอยู่แล้ว ส่วนรูปท่านฮุนเซน ประธานพฤฒสภากัมพูชาลูบหัวผม ไปดูให้ดีว่าเป็นการใช้ AI ทำ ความพยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรงมีการดำเนินการทุกวิถีทาง เราต้องรอบรู้”

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี

ท่ามกลางการปลุกปั่นยั่วยุจากบรรดานักเลงคีย์บอร์ดที่พยายามดิสเครดิตรัฐบาล บางรายไปไกลถึงขั้นเรียกร้องให้ทหารปฏิวัติ ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วเปิดฉากรบกัมพูชาให้รู้ดำรู้แดง

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลออกแถลงการณ์ ฉบับแรก “กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา” สรุปใจความสรุปว่า

รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยและคุ้มครองบูรณภาพของดินแดนไทยอย่างเต็มที่ โดยยึดหลักการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี สอดคล้องหลักกฎหมายระหว่างประเทศและยึดมั่นหลักมนุษยธรรม

จุดเริ่มต้นสถานการณ์บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา จากการปะทะดังกล่าว ทำให้กองกำลังไทยจำเป็นต้องป้องกันตัวและปกป้องพื้นที่อธิปไตยของไทย เป็นการดำเนินการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

อย่างไรตามภายหลังเกิดเหตุ รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้หารืออย่างใกล้ชิดในทุกระดับ รวมถึงนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้มีการพูดคุยกันด้วยความห่วงใยในสถานการณ์

ผลจากการพูดคุย รัฐบาลทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า จะร่วมมือกันทำให้สถานการณ์กลับสู่ปกติ ไม่ลุกลามบานปลาย และเห็นพ้องที่จะใช้กลไกทวิภาคีต่างๆ ที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาซึ่งหนึ่งในกลไกนั้น คือ

การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม หรือ Joint Boundary Committee (JBC) ไทย-กัมพูชา ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ที่กรุงพนมเปญ

เมื่อรัฐบาลไทยได้แสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้แถลงการณ์จะล่าช้าไปบ้าง แต่สิ่งสำคัญคือการที่คนในประเทศต้องร่วมมือกัน ไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง ไม่หลงเชื่อข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ในโซเชี่ยล ซึ่งระบาดหนักอยู่ในขณะนี้

อันจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติในทุกมิติ

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน